โปเกมอน (อนิเมะ)เป็นการ์ตูนแนว ต่อสู้,ผจญภัย,ตลก

ปเกมอน หรือในชื่อเต็มว่า พ็อกเก็ตมอนสเตอร์  เป็นการ์ตูนอนิเมะเรื่องยาวของญี่ปุ่น ที่มีพื้นฐานจากวิดีโอเกมโปเกมอน 

ในประเทศไทย ได้มีการนำการ์ตูนโปเกมอนมาฉายทางช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี ในรายการโมเดิร์นไนน์การ์ตูน, ช่องทรูสปาร์ก, ทรูโฟร์ยู ของทรูวิชันส์, ช่องไทยรัฐทีวี และช่องจีเอ็มเอ็ม 25 นอกจากนี้ยังฉายทางช่องการ์ตูนคลับ, ดิสนีย์เอ็กซ์ดี, ดิสนีย์แชนแนล อีกด้วย โดยในส่วน วีซีดี/ดีวีดี การ์ตูนโปเกมอน นั้นถูกผลิตโดยไรท์บียอนด์

เนื้อเรื่องและตัวละคร

โปเกมอนฉบับอนิเมะรวมถึงภาพยนตร์ดำเนินเนื้อเรื่องโดยแยกออกจากการผจญภัยต่าง ๆ ในวิดีโอเกม (ยกเว้นภาคเยลโล่ว์ ที่ดำเนินเรื่องตามเนื้อเรื่องอนิเมะ) โปเกมอนฉบับอนิเมะเป็นเรื่องราวภารกิจอันยิ่งใหญ่ของตัวละครหลัก “ซาโตชิ” หรือ “แอช แคทชัม” (Ash Ketchum) เพื่อจะเป็นโปเกมอนมาสเตอร์ในเรื่องการฝึกโปเกมอน เขาและเพื่อนกลุ่มเล็ก ๆ เดินทางตามโลกที่มีโปเกมอนเต็มไปหมด ในภาคแรก (original series) ในเขตภูมิภาคคันโต เริ่มต้นในวันซาโตชิได้เป็นนักฝึกโปเกมอนวันแรก โปเกมอนตัวแรกซึ่งเป็นโปเกมอนคู่หูคือพิคาชู ซึ่งแตกต่างจากเกมที่จะได้เลือกฟุชิงิดาเนะ ฮิโตะคาเงะ และเซนิกาเมะ ซีรีส์นี้ดำเนินไปตามเนื้อเรื่องของเกมโปเกมอนภาคเร้ดและบลู ในเขตภูมิภาคที่ชื่อว่าคันโต ร่วมเดินทางไปกับ “ทาเคชิ” หรือ “บร็อก” (Brock) หัวหน้ายิมของเมืองนิบิ หรือพิวเตอร์ซิตี (Pewter City) และ “คาสึมิ” น้องสาวคนสุดท้องของกลุ่มพี่น้องหัวหน้ายิมในยิมของเมืองฮานาดะ หรือเซรูเลียนซิตี (Cerulean City) ซีซันต่อมาคือ Pokémon: Adventures on the Orange Islands ซึ่งเป็นการผจญภัยในหมู่เกาะออเร้นจ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรื่อง และเปลี่ยนตัวละครจากทาเคชิเป็น “เค็นจิ” หรือ “เทรซีย์” (Tracey) จิตรกรและผู้ดูแลโปเกมอน ซีซันต่อมา เป็นเนื้อเรื่องของโปเกมอนรุ่นที่สอง ประกอบด้วย Pokémon: The Johto Journeys, Pokémon: Johto League Champions และ Pokémon: Master Quest ดำเนินเรื่องในเขตภูมิภาคโจโต มีตัวละครสามคนคือซาโตชิ ทาเคชิ และคาสึมิ เช่นเดิม

การผจญภัยยังคงดำเนินต่อในซีซัน Pokémon: Advanced ของซีรีส์ Pokémon: Advanced Generation ดำเนินเนื้อเรื่องตามเกมโปเกมอนรุ่นที่สาม ซาโตชิและเพื่อน ๆ เดินทางในเขตภูมิภาคโฮเอ็นซึ่งอยู่ทางใต้ ซาโตชิได้เป็นครูและผู้ให้คำปรึกษาให้กับนักฝึกโปเกมอนมือใหม่ที่ชื่อ “ฮารุกะ” น้องชายของเธอ “มาซาโตะ” ก็ร่วมเดินทางด้วย แต่ไม่ได้เป็นนักฝึกโปเกมอน แต่เขากลับรู้ข้อมูลโปเกมอนมากมาย และเป็นผู้ค้นหาเส้นทางตลอดการเดินทางด้วยโปเกนาวิ ในซีรีส์นี้ ทาเคชิก็มาร่วมเดินทางกับซาโตชิ แต่คาสึมิต้องกลับไปที่ยิมฮานาดะเพื่อทำหน้าที่เป็นหัวหน้ายิม (คาสึมิ รวมถึงตัวละครอื่น ยังปรากฏในซีรีส์พิเศษ Pokémon Chronicles ด้วย) ต่อด้วยซีซัน Pokémon: Advanced Challenge, Pokémon: Advanced Battle และจบซีรีส์ด้วยซีซัน Pokémon: Battle Frontier ยึดหลักตามเนื้อเรื่องเกมภาคเอเมอรัลด์และมุมมองลักษณะของเกมภาคไฟร์เร้ดและลีฟกรีน

ซีรีส์ต่อไปคือโปเกมอน ไดมอนด์ แอนด์ เพิร์ล (Diamond & Pearl) โดยซีรีส์นี้มาซาโตะ น้องชายของฮารุกะ ได้ออกจากกลุ่ม ซึ่งเขากลับไปยังโทกะซิตี้ และได้ดูแลโปเกมอนของพ่อของเขาซึ่งเป็นยิมลีดเดอร์และเลือกโปเกมอนเริ่มต้นและออกเดินทางด้วยตัวเอง และฮารุกะได้ไปเข้าแข่งขัน Pokemon Contest ที่ภูมิภาคโจโต ซาโตชิ ทาเคชิ และเพื่อนคนใหม่ “ฮิคาริ” ร่วมออกเดินทางไปตามภูมิภาคชินโอ

ซีรีส์ต่อไปคือพ็อกเก็ตมอนสเตอร์ เบส วิชเชส! (Best Wishes!) โดยซีรีส์นี้ฮิคาริได้ออกจากกลุ่มเพื่อเข้าแข่งขัน Pokemon Contest ที่ภูมิภาคโฮเอ็น และทาเคชิได้ออกจากกลุ่ม หลังจากที่ทาเคชิร่วมเดินทางด้วยกันมานานตั้งแต่ซีรีส์แรก เพื่อไปศึกษาต่อในการเป็น Pokemon Docter ซาโตชิได้เจอเพื่อนใหม่ “ไอริส” และ “เด็นโตะ” คู่หูคนใหม่และร่วมออกเดินทางไปตามภูมิภาคอิชชู และหมู่เกาะเดโคโลล่า

ซีรีส์ต่อไปคือพ็อกเก็ตมอนสเตอร์ XY โดยซีรีส์นี้ไอริสและเด็นโตะได้ออกจากกลุ่ม โดยที่ไอริสได้ออกเดินทางโดยหวังที่จะเป็นดราก้อนมาสเตอร์ และเด็นโตะได้ไปเข้าการแข่งขันตกปลาตามภูมิภาคต่างๆ ซาโตชิได้ออกเดินทางกับเพื่อนใหม่ “เซเรน่า” “ยูรีก้า” และ “ซิตรอน” ในภูมิภาคคาลอส

ซีรีส์ต่อไปคือพ็อกเก็ตมอนสเตอร์ ซันแอนด์มูน (Sun&Moon) โดยซีรีส์นี้เซเรน่าได้ออกจากกลุ่มเพื่อเข้าแข่งขัน Pokemon Contest ที่ภูมิภาคโฮเอ็น ยูรีก้า และซิตรอนได้กลับไปเป็นยิมลีดเดอร์ของเมียร์เร่ยิมอีกครั้ง ซาโตชิได้ได้พบกับเพื่อนใหม่ “คาคิ” “มาโอะ” “มามาเนะ” “ซุยเรน” และ “ลิเลีย” และได้เข้าโรงเรียนโปเกมอนที่เกาะเมเลเมเล่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคอโลลา

ซีรีส์ล่าสุดคือพ็อกเก็ตมอนสเตอร์ (Pocket Monsters) โดยซีรีส์นี้ทั้ง 6 คนได้แยกกันเพื่อไปทำตามเป้าหมายและความฝันของตนเอง คาคิตัดสินใจที่จะไปตระเวนเกาะและท้าสู้บททดสอบใหญ่ให้ครบทุกเกาะ มามาเนะไปที่ภูมิภาคโฮเอ็นเพื่อเยี่ยมชมสถานีอวกาศ ซุยเรนได้มุ่งหน้าออกทะเลเพื่อตามหามานาฟี่ มาโอะตัดสินใจที่จะอยู่และพัฒนาร้านอาหารของบ้านของตน ลิเลียได้แยกไปตามหาพ่อของตนพร้อมกับกลาจิโอ้และลูซามิเน่ และซาโตชิที่ได้ได้พบกับเพื่อนใหม่ “โก” และได้ร่วมเดินทางตั้งแต่ภูมิภาคคันโตถึงภูมิภาคกาลาร์

เทิร์นเอกันดั้ม อนิเมะญี่ปุ่นเป็นการ์ตูนแอคชั่น,หุ่นยนต์,ไซไฟ

เทิร์นเอกันดั้ม หรือ ∀กันดั้ม เป็น สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์หมายถึง”รวมทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่าง” เป็นผลงานซีรีส์ กันดั้ม ของบริษัทซันไรส์ เป็นผลงานที่ถูกสร้างเพื่อเป็นซีรีส์สุดท้ายของจักรวาลกันดั้ม และเป็นผลงานทีวีซีรีส์ซึ่งกำกับและเขียนบทโดย โทะมิโนะ โยะชิยุกิ บิดาผู้ให้กำเนิด กันดั้ม โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ 4 เมษายน 2542 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2543 รวมทั้งสิ้น 50 ตอน

ในอดีตของประวัติศาสตร์มืดนั้น เทิร์นเอกันดั้ม เป็นMSที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ต่อสู้กับศัตรูจากนอกระบบ สุริยะจักรวาล เครื่องกำเนิดพลังงานของเทิร์นเอเป็นแบบ Discontinuous Hyperoscillation Gauge Collapsing Pile (DHGCP เท่าที่ค้นดูก็คือ แบล็คโฮลเอนจิน) ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยIฟิลด์บีมไดรฟ์ ซึ่งทำให้ใต้เกราะของเทิร์นเอก็คือพื้นที่กลวงๆและโครงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้เทิร์นเอมีน้ำหนักเบามากและเมื่อเดินเครื่องจะทำให้น้ำหนักลดลงไปอีก (ไอเดียนี้ถูกนำไปใช้ในภายหลังเป็นGNไดรฟ์)

จึงสามารถติดอุปกรณ์ต่างๆเสริมเข้าไปได้โดยไม่เสียความคล่องแคล่วไป Iฟิลด์บาเรียร์ของเทิร์นเอมีกำลังพอที่จะใช้ต้านแรงกระแทกของระเบิด นิวเคลียร์หรือเบี่ยงวิถีของบาซูก้าได้ เทิร์นเอยังมีมีนาโนเทคโนโลยีทำให้เทิร์นเอสามารถซ่อมแซมความเสียหายได้เอง เทิร์นเอกันดั้มสามารถคืนสภาพจากการถูกทำลายได้ถ้าเหลือชิ้นส่วนสำคัญไว้แต่ ต้องใช้เวลานับพันปี ซึ่งพลังฟื้นสภาพของเทิร์นเอกันดั้มนี้สามารถช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของนัก

บินซึ่งควบคุมจากคอร์ไฟเตอร์ที่บริเวณหัวเข็มขัดได้ด้วย เทิร์นเอยังมีความสามารถในการเทเลพอร์ตได้ ในยุคประวัติศาสตร์มืดนั้น เทิร์นเอกันดั้มได้สร้าง”ผีเสื้อแสงจันทร์”ซึ่งเป็นการปล่อยนาโนแมชชีนออกมาทำลายเป้าหมายเป็นบริเวณ กว้าง ซึ่งครั้งหนึ่งเทิร์นเอเคยใช้มันทำลายอารยธรรมบนโลกไปจนหมดสิ้น    เทิร์นเอกันดั้มหลับไหลอยู่ในรูปปั้นที่เรียกว่าตุ๊กตาสีขาว(ไวท์ดอล) ซึ่งทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ ก่อนหยุดทำงานและได้โลรัน แซ็คขึ้นควบคุม จริงๆแล้วเทิร์นเอเครื่องนี้เป็นเพียงรุ่นสาธิตการทำงานในอดีตซึ่งมีอุปกรณ์ ต่างจากรุ่นใช้งานจริง (ในยุคประวัติศาสตร์มืดมีเทิร์นเอรุ่นผลิตจำนวนมากที่ใช้ตาแบบจิมด้วย และยังมีเทิร์นเอรุ่นติดอุปกรร์ครบซึ่งยังไม่มีข้อมูล) ในภายหลังโลรันได้ไปเจอDOCเบสที่หมดสภาพเพราะผีเสื้อแสงจันทร์ถูกฝังอยู่ใต้ดิน เทิร์นเอกันดั้มเครื่องนี้ยังดูเหมือนมีชีวิตจิตใจของตัวเองด้วย

กันดั้มเอ็กซ์ เป็นการ์ตูนอนิเมะแอคชั่น,หุ่นยนต์,ดราม่า ยุค90

กันดั้มเอ็กซ์  เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น 1 ในซีรีส์ กันดั้ม โดยเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับภาคหลักเช่นเดียวกับกันดั้มวิงและจีกันดั้ม การนับศักราชในซีรีส์นี้คือ A.W. (After War) โดยนับตั้งแต่สงครามระหว่างโคโลนี่และโลกจบลง กันดั้มเอ็กซ์เป็นกันดั้มภาคเดียวที่กล่าวถึงนิวไทป์แต่ไม่ได้ใช้ระบบปฏิทิน Universal Centuryโดยในประเทศไทยกันดั้มเอ็กซ์ได้ฉายทางสถานีโทรทัศน์ ITV โดยผู้ถือลิขสิทธิ์ในไทยคือบริษัท ไทก้า โดยได้จัดทำมาในรูปแบบ วีซีดี อย่างเดียวโดยในปัจจุบันบริษัทDEXเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์และได้ทำออกมาจำหน่ายในรูปแบบของดีวีดีบ้อกเซ็ตพากย์ญี่ปุ่นซับไตเติ้ลไทย อย่างเดียว

เนื้อเรื่องย่อ

15 ปีก่อน ได้เกิดสงครามระหว่างโคโลนี่และสหพันธ์โลกขึ้น โคโลนี่ได้ใช้ประชาชนของโลกเป็นตัวประกัน โดยการขู่ว่าถ้าสหพันธรัฐไม่ยอมแพ้ จะทำให้โคโลนี่ตกลงสู่โลกเพื่อทำลายล้างโลก ทางสหพันธ์โลกจึงได้ส่งโมบิลสูทออกมาทำลายล้างเหล่าโคโลนี่ แต่ก็มิอาจหยุดยั้งการตกของโคโลนี่ได้ ทำให้โลกอยู่ในสภาวะล่มสลายมาถึง 15 ปี

หลังจากสงครามจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของทั้ง 2 ฝ่ายเป็นเวลา 15 ปี การ์รอด รัน เด็กหนุ่มวัย 15 ปี ได้รับการว่าจ้างให้ไปพาตัวทีฟ่าออกมาจากยานฟรีเด็น การ์รอดรักทีฟ่าทันทีที่แรกเห็น และพาเธอออกมาจากยานดังกล่าว แต่เพราะอาการหวาดกลัวของทีฟ่าที่มีต่อผู้ว่าจ้าง ทำให้การ์รอดเปลี่ยนเป้าหมายเป็นพาทีฟ่าหนีไป จนเขาได้พบกับอาวุธที่หลงเหลือจากสงครามเมื่อ 15 ปีก่อน GX-9900 กันดั้มเอ็กซ์ เข้า…

ตัวละครหลัก

การ์รอด รัน ให้เสียงโดย:วาตารุ ทาคางิตัวเอกของเรื่อง เด็กหนุ่มวัย 15 ปี สูญเสียครอบครัวไปในสงครามโคโลนี่ จึงหาเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างทำงานทุกอย่าง เก่งด้านเครื่องจักรและการลอบขโมย รู้เรื่องของโมบิลสูทเป็นอย่างดีเพราะต้องการเดินตามรอยพ่อของเขา เขาถูกคนของสหพันธ์โลกได้ว่าจ้างให้ไปลักพาตัวทีฟ่ามาจากฟรีเด็น แต่ในภายหลังได้เปลี่ยนเป้าหมายเป็นการหนีไปกับทีฟ่า และค้นพบ GX-9900 กันดั้มเอ็กซ์ และได้เป็นนักขับกันดั้ม ในภายหลังเขาเป็นสมาชิกของฟรีเด็น ภายใต้การนำของ จามิล

ทีฟ่า อะดิลให้เสียงโดย:มิกะ คานาอินางเอกของเรื่อง สาวน้อยผู้เป็นนิวไทป์ เป็นคนเงียบนิ่ง ไม่ค่อยพูดจา เธอเป็นเป้าหมายของสหพันธ์โลกและกองกำลังต่างๆเพราะความสามารถด้านนิวไทป์ที่เธอมี เธอสามารถติดต่อกับฐานบัญชาการบนดวงจันทร์ เพื่อเปิดใช้งานระบบ Satellite System ทำให้กันดั้มเอ็กซ์ สามารถยิง Satellite Cannon ได้

จามิล นีท ให้เสียงโดย:เคนยู โฮริอุจิเป็นอดีตนักบินของสหพันธรัฐ เคยเป็นนักบินของ GX-9900 กันดั้มเอ็กซ์ ภายหลังจากสงครามจามิลลาออกจากสหพันธ์โลกเพราะหลังจากสงครามโคโลนี่ทำให้จามิลเป็นโรคกลัวโมบิลสูท (ควบคุมไม่ได้และกลัวการขับ) จึงหันมาประกอบอาชีพวัลเจอร์และออกตามหานิวไทป์ที่มีอยู่บนโลก มียานรบภาคพื้นดินขนาดใหญ่ชื่อฟรีเด็น

ไซเบอร์ฟอร์มูล่า การ์ตูนอนิเมะยุค 90 เป็นกีฬาการแข่งรถที่สุดมัน

ไซเบอร์ฟอร์มูล่า  เป็นภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นแนวการแข่งรถ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ การแข่งรถในยุคอนาคต ไซเบอร์ฟอร์มูล่า ซึ่งเป็นรถยนต์ประดิษฐ์ที่มีสมองกล และการทำตามความฝันของพ่อและเด็กหนุ่มเพื่อที่จะเป็นแชมป์ของไซเบอร์ฟอร์มูล่า

เนื้อเรื่องย่อ ทีมสุโง อาสึราดะ ทีมไซเบอร์ฟอร์มูล่าเล็กๆที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร กำลังเฝ้ารอยานพาหนะคันใหม่”Asurada G.S.X.”เพื่อที่จะใช้ลงแข่งรอบจับเวลา มิเช่นนั้นก็มิอาจจะเอาชนะทีมอื่นในการแข่งครั้งนี้เพื่อชิงใบอนุญาตสำหรับเข้าแข่งระดับโลกได้ แต่เนื่องจากว่าอาสึราดะนั้นมีระบบสมองกลที่ใกล้เคียงกับมนุษย์มาก ทำให้มีผู้ก่อการร้ายจ้องจะขโมยไปเพื่อพัฒนาเป็นอาวุธสงคราม และไล่ล่าที่จะแย่งชิงมัน

ด้วยเหตุสุดวิสัย”คาซามิ ฮายาโตะ”เด็กหนุ่มวัย14 ปีผู้ตั้งมั่นจะเป็นนักแข่งรถจักรยานยนต์มืออาชีพ ได้รับการขอร้องให้ขับอาสึราดะมาส่งที่สนามแข่งให้ได้ก่อนที่จะถูกแย่งชิงไป โดยหารู้ไม่ว่าอาสึราดะมีระบบลงทะเบียนนักแข่ง ทำให้นักแข่งตัวจริงของทีมไม่สามารถลงแข่งได้ ฮายาโตะจึงตัดสินใจขับอาสึราดะเข้าแข่งแทน ในฐานะนักแข่งไซเบอร์ฟอร์มูล่าที่อายุน้อยที่สุด

ตัวละครหลัก

คาซามิ ฮายาโตะ ให้เสียงโดย:จุนอิชิ คะเนะมะรุตัวเอกชายของเรื่อง นักแข่งรถจักรยานยนต์วัย 14 ปีที่จับพลัดจับผลูมาเป็นนักแข่งไซเบอร์ฟอร์มูล่าเพราะระบบลงทะเบียนของอาสึราดะ อาสึราดะที่เขาขับด้วยนั้นเป็นสมองกลที่พ่อของเขาสร้างขึ้น

เขาจึงตั้งใจที่จะทำความฝันของการเป็นแชมป์ไซเบอร์ฟอร์มูล่าด้วยรถที่พ่อสร้างขึ้นเขาจึงเปลี่ยนความตั้งใจ เพื่อทำความฝันของพ่อด้วยการเป็นแชมป์โลกไซเบอร์ฟอร์มูล่า

ด้วยรถที่พ่อของเขาสร้างขึ้นโดยAIอาสึราดะ มีความเฉลียวฉลาด และคอยแนะนำฮายาโตะที่เป็นคู่หูในการแข่งตลอดเวลา สามารถวิเคราะห์อารมณ์ของมนุษย์และเรียนรู้มันได้ ในบางครั้งก็คอยเหน็บแนมและต่อว่าฮายาโตะอยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังคอยช่วยเหลือฮายาโตะให้ทำตามความฝัน

สุโง อาสึกะ ให้เสียงโดย:โคะโตะโนะ มิสึอิชิตัวเอกหญิงของเรื่อง เรซควีนประจำทีมสุโง และลูกสาวของเจ้าของทีมสุโง เป็นเพื่อนสมัยเด็กของฮายาโตะ เป็นคนทำอาหารไม่ได้เรื่องจนคนในทีมต่างก็แขยง แต่ถึงกระนั้นก็เป็นคนที่ให้กำลังใจคนในทีมได้ดี โดยเฉพาะกับฮายาโตะที่อ่อนประสบการณ์ เธอคอยดูแลฮายาโตะจนกระทั่งเป็นคู่รักกัน

อาสึราดะให้เสียงโดย:เคนอิจิ โอโนะสมองกลที่คิดค้นโดยพ่อของฮายาโตะ มีความเฉลียวฉลาด และคอยแนะนำฮายาโตะที่เป็นคู่หูในการแข่งตลอดเวลา สามารถวิเคราะห์อารมณ์ของมนุษย์และเรียนรู้มันได้ ในบางครั้งก็คอยเหน็บแนมและต่อว่าฮายาโตะอยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังคอยช่วยเหลือฮายาโตะให้ทำตามความฝัน

นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น ที่สุดมันอีกเรื่องนึง

นารูโตะ  เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น เนื้อหาเกี่ยวกับนินจา เรื่องและภาพโดยมะซะชิ คิชิโมะโตะ ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 ในนิตยสาร “โชเน็งจัมป์” ในประเทศญี่ปุ่น โดยมีโครงเรื่องเดิมมาจากผลงานที่คิชิโมโตะเคยเสนอให้สำนักพิมพ์ในปี 2540 ต่อมาได้ถูกสร้างเป็น อนิเมะ และ เกม หลายต่อหลายภาค

ส่วนในประเทศไทย นารูโตะ ได้ถูกตีพิมพ์ในหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์บูม ภายใต้ลิขสิทธิ์ของบริษัทเนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ ส่วนหนังสือการ์ตูนมีทั้งหมด 72 เล่ม ส่วนภาคอนิเมะในชื่อไทยมี 2 ภาค คือ “นารูโตะ นินจาจอมคาถา” และ “นารูโตะ ตำนานวายุสลาตัน” เป็นลิขสิทธิ์ของ “โรส วิดีโอ” และเคยออกฉายทาง สถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ไทยพีบีเอส ในปัจจุบัน) และ ช่อง5 “นารูโตะ นินจาจอมคาถา” มีภาคมูฟวี่ 3 ภาค และ “นารูโตะ ตำนานวายุสลาตัน” มีภาคมูฟวี่ 8 ภาค และมีการฉายฉบับเสียงพากย์ภาษาไทย – อังกฤษผ่านทางช่องการ์ตูนเน็ตเวิร์ก (ทรูวิชั่นส์) โดยจะเรียกชื่อเรื่องว่า นารูโตะ และใช้ทีมพากย์ภาษาไทยของทางการ์ตูนเน็ตเวิร์ก เอง และช่องรายการดาวเทียม “Gang Cartoon Channel” ทีมพากษ์โรส วิดีโอ

นารูโตะคือหนึ่งในการ์ตูนที่โด่งดังที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และได้รับความนิยมประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในอเมริกาและยุโรป มีเนื้อหาเกี่ยวกับนินจา ศาสตร์เวทมนตร์ โดยมีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นโบราณผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ปรัชญาและคำสอนที่กินใจ ปมฝั่งใจในวัยเด็กที่แตกต่างกันของแต่ละคนเชื่อมโยงสู่อตีตอย่างคาดไม่ถึง การเรียนรู้ถึงความเจ็บปวดของสงครามที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในจิตใจของมนุษย์

นารูโตะ นินจาจอมคาถา

ในแว่นแคว้นของโลกแห่งนินจา หมู่บ้านที่ชื่อโคโนฮะงาคุเระได้ถูกปีศาจจิ้งจอกเก้าหางโจมตีเมื่อสิบสองปีก่อน ทำให้โฮคาเงะรุ่นที่ 4 ซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ต้องยอมพลีชีพเพื่อสะกดวิญญาณของปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง โดยผนึกไว้ในร่างของทารกคนหนึ่ง นามว่า อุซึมากิ นารูโตะ สิบสองปีถัดมา นารูโตะถูกเกลียดชังจากชาวบ้านที่ล่วงรู้ความลับที่เป็นพลังสถิตร่างของจิ้งจอกเก้าหาง นารูโตะมีความใฝ่ฝันจะเป็นโฮคาเงะและอยากให้ทุกคนยอมรับ

หลังจากนารูโตะสำเร็จการศึกษาเป็นนินจาชั้น เกะนิน (นินจาระดับล่าง) นารูโตะปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การควบคุมของ ฮาตาเกะ คาคาชิ ซึ่งเป็น โจนิน (นินจาระดับสูง) โดยมี อุจิวะ ซาสึเกะ และ ฮารุโนะ ซากุระ เป็นสมาชิกร่วมทีมอีกสองคน อุจิวะ ซาสึเกะนั้นมีความแค้นกับอุจิวะ อิทาจิ ผู้เป็นพี่ชายของตนซึ่งเป็นคนสังหารผู้คนในตระกูลอุจิวะทั้งหมด

ในการสอบคัดเลือกเป็นจูนิน (นินจาระดับกลาง) พวกนารูโตะได้เข้าร่วมการทดสอบด้วย แต่โอโรจิมารุได้บุกโจมตีหมู่บ้านโคโนะฮะระหว่างการสอบรอบสุดท้าย ส่งผลให้โฮคาเงะรุ่นที่ 3 หัวหน้าหมู่บ้านในขณะนั้น ต้องเสียชีวิตลง นารูโตะและจิไรยะออกเดินทางเพื่อตามหาซึนาเดะให้มาเข้ารับตำแหน่งเป็นโฮคาเงะรุ่นที่ 5 หลังจากซึนาเดะมาเข้ารับตำแหน่งแล้ว ซาสึเกะซึ่งไขว่คว้าหาพลังของโอโรจิมารุเพื่อล้างแค้นพี่ชายของตน ได้หนีออกจากหมู่บ้านไป พวกนารูโตะพยายามจะตามตัวซาสึเกะกลับมาแต่ไม่สำเร็จ หลังจากนั้น นารูโตะได้เดินทางออกจากหมู่บ้านเพื่อไปฝึกวิชากับจิไรยะ

นารูโตะ ตำนานวายุสลาตัน

หลังจากออกเดินทางเพื่อฝึกวิชาสองปีครึ่ง อุซึมากิ นารูโตะและจิไรยะได้กลับมายังหมู่บ้านโคโนฮะ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น กลุ่มแสงอุษาได้เริ่มส่งนินจาออกไปเพื่อรวบรวมพลังสถิตร่างกลับมาเพื่อดึงสัตว์หางเพื่อทำให้สัตว์หาง 9 ตัว รวมกลับไปเป็น 10 หาง ตามแผนเนตรจันทรานิรันดร์ พวกนารูโตะได้ต่อสู้กับกลุ่มแสงอุษาหลายครั้ง ในเวลานั้น ซาสึเกะได้จัดการโอโรจิมารุและออกเดินทางเพื่อไปฆ่าอิทาจิอิทาจิตายหลังการต่อสู้กับซาสึเกะ หลังจากนั้น ซาสึเกะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับพี่ชายจากอุจิวะ โอบิโตะ (ซึ่งขณะนั้นปลอมตัวเป็น อุจิวะ มาดาระ) จึงตัดสินใจจะทำลายโคโนะฮะ

แสงอุษายังดำเนินแผนการของตนต่อไป ในตอนนั้นแสงอุษารวบรวมสัตว์หางได้ 7 ตัวแล้ว เหลือเพียงแปดหางกับเก้าหาง เพนได้เข้ามาโจมตีหมู่บ้านโคโนะฮะเพื่อชิงเก้าหาง นารูโตะสามารถจัดการเพนลงได้ ห้าคาเงะซึ่งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านนินจาทั้งห้าของห้าแคว้นใหญ่ได้มาประชุมกัน หลังจากนั้น อุจิวะ โอบิโตะ (ภายใต้ชื่อ อุจิวะ มาดาระ) ได้ประกาศสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 กับแคว้นนินจาทั้งหมดเพื่อชิงแปดหางกับเก้าหาง

แบล็กแจ็ก หมอปีศาจ เป็นหมอเถื่อนที่เก็บค่ารักษาแพง ๆ จากคนรวย

แบล็กแจ็ก หมอปีศาจ เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น ผลงานของ โอซามุ เท็ตซึกะ เรื่องราวเกี่ยวกับหมอที่เรียกชื่อตัวเองว่า “แบล็กแจ็ก” ใส่เสื้อคลุมสีดำ มีหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ เป็นหมอเถื่อนที่เก็บค่ารักษาแพง ๆ จากคนรวย และหลายคนคิดว่าเขาเป็นหมอหน้าเลือด ต่อมาได้ถูกดัดแปลงเป็นสื่อหลายหลายรูปแบบ ได้แก่ อนิเมะ โอวีเอ ภาพยนตร์การ์ตูนจอเงิน ภาพยนตร์แบบคนแสดง อนิเมะทางอินเทอร์เน็ต และเกม

ในประเทศไทย แบล็กแจ็กได้รับลิขสิทธิ์ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจไป 2 ภาค ซึ่งใช้ชื่อเรื่องภาษาไทยว่า แบล็กแจ็ก หมอปีศาจ สำหรับภาค Neo ได้รับลิขสิทธิ์ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์บงกช

เนื้อเรื่อง แบล็กแจ็ก หมอเถื่อนผู้มีความสามารถสูงส่งหรือนับได้เป็นศัลยแพทย์อัจฉริยะ ทว่าเขาเป็นที่รังเกียจของวงการแพทย์เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์การรักษา และมีการเรียกค่ารักษาจำนวนมหาศาล ทว่าในการรักษาบางครั้งก็ไม่รับค่าตอบแทนใด สมัยก่อนแบล็กแจ็กมีครอบครัวแต่วันหนึ่งพ่อของเขาไปมีภรรยาใหม่แบล็กแจ็กเลยต้องอยู่กับแม่2คนตอนเด็กขณะที่ไปเล่นชายหาดกับแม่ แบล็กแจ็กได้พบระเบิดสงคราม แม่ของแบล็กแจ็กไปช่วยไว้ก็เลยโดนระเบิดเสียชีวิต ส่วนแบล็กแจ็กที่บาดเจ็บสาหัสก็ได้หมอฮอนมะช่วยชีวิตไว้

ตัวละครหลัก

แบล็กแจ็ก  หมอเถื่อนผู้มีฝีมือการรักษาเป็นยอด ชื่อเดิมของเขาคือ ฮาซามะ คุโรโอะ ซึ่งเมื่อแปลแบบภาษาอังกฤษ จะได้ว่า “แบล็กแจ็ก” ตัวเขาและแม่ได้ประสบพบกับซากของระเบิดที่เก็บไม่หมดในครั้งสงคราม ตัวเขาแยกเป็นชิ้นๆ แต่ได้รับการรักษาโดยศัลยแพทย์ฮอนมะ โจทาโร่ จนร่างกายกลับมาเป็นปกติ แต่เขาก็ต้องฝึกกายภาพบำบัดเพื่อให้เคลื่อนไหวได้ ส่วนแม่ของเขาเหลือร่างกายเพียงครึ่งท่อน และตายจากเขาไป ทำให้แบล็กแจ็กแค้นกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการเก็บระเบิดจากพื้นที่นั้นๆ (ในภาคหลัก ระบุว่ามีทั้งหมด 5 คน แต่ในภาครีเมค ระบุว่ามีแค่ 3 คน)

ความที่ตนเองนับถือหมอฮอนมะ จึงได้เจริญรอยตามด้วยการเป็นแพทย์เหมือนกัน และรักษาโรคด้วยการรีดเงินมหาศาล แต่ในบางครั้งกลับรักษาโดยไม่เรียกค่าใช้จ่ายใดๆ หรือเรียกในสิ่งที่ไม่สมกับสิ่งที่เขารักษาเลย ขึ้นอยู่กับอุปนิสัยและความแน่วแน่ตั้งใจของผู้ป่วย สาเหตุที่แบล็คแจ็คต้องการเงินมหาศาลเป็นเพราะเขาต้องการซื้อเกาะๆหนึ่งเพื่อดำเนินการล้างแค้น และเพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ราคาสูงซึ่งเขาต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง มีนิสัยชอบหลับเวลาเดินทางไกล และเคยผ่าตัดตัวเองโดยไม่มีผู้ช่วยในตอนที่28 เพื่อนำตัวปรสิตกลายพันธุ์ออกจากร่างกาย

พิโนโกะ เด็กหญิงผู้เกิดมาจากก้อนเนื้อ Teratogenous Cystoma ชิ้นส่วนร่างกายเธออยู่ในก้อนเนื้อขนาดใหญ่ติดกับพี่สาวฝาแฝดของเธอ เมื่อพี่สาวเธอมาผ่าตัดเพื่อเอาก้อนเนื้อนี้ออก แบล็กแจ็กพบว่า ชิ้นส่วนภายในยังคงมีชีวิต จึงประกอบเธอขึ้นมาใหม่ โดยทดแทนกระดูกและอวัยวะส่วนที่ไม่มี ด้วยวัสดุสังเคราะห์ ทำให้ตัวเธอไม่สามารถว่ายน้ำได้ เธอคิดว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเป็นภรรยาของหมอแบล็กแจ็ก แต่การกระทำของเธอเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นพฤติกรรมแบบเด็กๆ ตัวเองแบล็กแจ็กเองก็คิดกับเธอในแบบลูกสาว จนกระทั่งได้ฝันเห็นเธอตอนโตเป็นสาวแล้ว

รารูโก สุนัขที่คอยเฝ้าบ้านของหมอแบล็กแจ็ก รารูโก้เป็นหมาตัวสีเหลือง ถ้าหมอไม่อยู่บ้านรารูโก้จะอยู่เป็นเพื่อนพิโนโกะเสมอ

บิวะมารุ แพทย์ฝังเข็มตาบอดทั้ง 2 ข้าง มีประสาทรับเสียงและกลิ่นที่ดีเป็นพิเศษจนสามารถหาโรคร้ายจากกลิ่นได้ ซึ่งปฏิเสธการรักษาโดยวิธีการผ่าตัด

ฮอนมะ โจทาโร่  ศัลย์แพทย์ผู้ช่วยเหลือแบล็กแจ๊กในตอนเด็กจากการประสบอุบัติเหตุ ต่อมาเสียชีวิตขณะที่แบล็กแจ็กผ่าตัดให้

ดร.คิริโกะ หมอเถื่อนอีกคนหนึ่ง มีแนวทางในการให้คนป่วยเสียชีวิตโดยไม่ต้องทรมาน (การุณยฆาต) สาเหตุที่มีแนวทางนี้เนื่องจากเคยเป็นแพทย์ทหาร

เท็ตซึ หรือมาสเตอร์ เจ้าของร้านกาแฟ Tom ที่แบล็กแจ็กและพิโนโกะไปเป็นประจำ เดิมเป็นนักแสดงมายากล ต่อมากลับกลายเป็นโจรกระชากกระเป๋า แล้วมีครั้งหนึ่งเกิดอุบัติเหตุทำให้นิ้วขาด แบล็กแจ็กเป็นคนผ่าตัดให้ใช้งานได้เหมือนเดิม จึงเลิกการเป็นโจรและเปิดร้านกาแฟ โดยแบล็กแจ็กมีเงื่อนไขคือต้องให้กินฟรีตลอดแทนค่าผ่าตัด

“บ้านนี้ต้องมีเหมียว” การ์ตูนสัตว์น่ารักมีทั้งมังงะและอนิเมะ

บ้านนี้ต้องมีเหมียว เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นแนวเซเน็น ซึ่งมีทั้งมังงะและอนิเมะ สร้างสรรค์โดย คานาตะ โคนามิออกเป็นครั้งแรกเป็นมังงะในวีคลี่ มอร์นิ่ง ในปี พ.ศ. 2550 ในประเทศไทยตีพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย สยามอินเตอร์คอมิกส์

เป็นเรื่องราวของ จี้ ซึ่งเป็นตัวละครเอกในเรื่อง เป็นลูกแมวลายสีขาว-เทา ตาโต ที่หลงกับแม่ มาอยู่กับครอบครัว ยามาดะ ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งที่ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ครอบครัวยามาดะ ประกอบไปได้วย พ่อ ที่เป็นนักสร้างสรรค์โฆษณา แม่ ที่เป็นแม่บ้าน และ โยเฮ ลูกชายตัวเล็ก ๆ อายุ 4 ขวบ ของทั้งคู่ ที่เป็นเพื่อนเล่นของจี้ จี้มีนิสัยชอบกินและนอน และเล่นกับโยเฮหรือของใช้ในบ้านต่าง ๆ กลัวฟ้าผ่า, สุนัขหรือแมวตัวใหญ่กว่า

บ้านนี้ต้องมีเหมียว ได้รับการสร้างเป็นอนิเมะในปี พ.ศ. 2552 ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์โตเกียวและสถานีโทรทัศน์โอซะกะ ด้วยตอนสั้น ๆ เพียงตอนละ 3 นาทีเท่านั้น จนถึงปัจจุบันนี้ออกอากาศมาแล้ว 2 ปี

ในประเทศไทย บ้านนี้ต้องมีเหมียวฉบับอนิเมะออกวางจำหน่ายในรูปแบบวีซีดี, ดีวีดี โดยเดกซ์ และเคยออกอากาศทางช่องทรู สปาร์ค ต่อมาได้ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 18.45 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 <วันเสาร์>แมวจี้น่ารัก 2019พือาย

เอ็กซอร์ซิสต์พันธุ์ปีศาจ อนิเมะการ์ตูนญี่ปุ่นที่หน้าติดตาม

เอ็กซอร์ซิสต์พันธุ์ปีศาจ  เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น ผลงานของ คะซุเอะ คะโต โดยเริ่มตีพิมพ์ในนิตยสารจัมป์สแควร์ของญี่ปุ่น ตั้งแต่ เมษายน พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน ต่อมาได้รับการดัดแปลงบทเป็นอนิเมะ ซึ่งในประเทศไทย ถือลิขสิทธิ์ที่โดย เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์

เนื้อเรื่อง

ในโลกที่การดำรงอยู่ของปีศาจเป็นเรื่องปกติ อัชชา โลกที่มนุษย์อาศัยอยู่ และ เกเฮนน่า ดินแดนว่างเปล่าที่เหล่าปีศาจครอบครอง โอคุมูระ ริน และ โอคุมูระ ยูคิโอะ ทั้งสองเป็นพี่น้องที่ถูกเลี้ยงดูมาจากบาทหลวงฟุจิโมโตะ ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมของทั้งสองคน ทั้งสองคนเป็นบุตรของซาตาน จอมมารแห่งขุมนรก ทำให้มีพลังปีศาจอยู่ในตัว โดยที่รินคนพี่ มีเปลวไฟสีฟ้าสัญลักษณ์ของบุตรแห่งซาตานคลุมตัวอยู่ตลอด และมีพลังในการทำลายล้างที่รุนแรง ขณะที่ยูคิโอะคนน้องไม่มีเนื่องจากร่างกายอ่อนแอ เพื่อปกปิดศาสนจักรถึงตัวตนของเด็กทั้งสอง บาทหลวงฟุจิโมโตะจึงทำการผนึกเปลวไฟของรินไว้ในดาบสยบมาร ยามใดก็ตามที่ดาบถูกดึงออกจากฝัก ผนึกก็จะคลายออก

วันหนึ่ง รินเกิดทะเลาะกับบาทหลวงฟุจิโมโตะอย่างรุนแรง จนถึงกับกล่าวถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจของฟุจิโมโตะไป จิตใจของฟุจิโมโตะตกต่ำลงชั่วขณะ ซึ่งเป็นช่องโหว่ให้ซาตาน ผู้จ้องที่จะยึดร่างฟุจิโมโตะเพื่อให้ตนสามารถมีกายเนื้อบนโลกมนุษย์ สามารถแทรกแทรงร่างของฟุจิโมโตะได้ แม้ฟุจิโมะโตะ จะเป็นถึงพาลาดิน ตำแหน่งสูงสุดของบรรดาเอ็กซอร์ซิสต์แห่งศาสนจักร ร่างกายก็ไม่อาจรับกับพลังอันมากมายของซาตานได้ ฟุจิโมโตะจึงเสียชีวิตลง ผู้ภัทรใหญ่

ภายหลังการเสียชีวิตของพ่อบุญธรรม ทั้งสองพี่น้องจึงถูกส่งมายังโรงเรียนอัศวินกางเขนอย่างถาวร ซึ่งเป็นที่ที่ยูคิโอะทำงานก่อนอยู่แล้ว ที่นี่จะคอยฝึกสอนนักเรียนให้ได้เป็นเอ็กซอร์ซิสต์ หรือผู้ปราบมาร เอ็กซอร์ซิสต์จะต้องคอยปราบปีศาจที่เป็นภัยอันตรายต่อชาวเมือง เมือง และศาสนจักร และมีลำดับขั้นตลอดการบังคับบัญชาเช่นเดียวกับตำรวจ รินได้เข้ามาเป็นนักเรียนที่โรงเรียนนี้ โดยมี เมฟิซโต้ เฟเลส อาจารย์ใหญ่ ผู้ซึ่งรู้ความลับของทั้งสอง ช่วยปิดบังตันตนที่แท้จริงให้ ขณะทีมีบุคคลบางกลุ่มที่มีอำนาจและรู้ความลับ กำลังพยายามวางแผนให้รินเป็นเครื่องมือทำลายเกเฮนน่า โลกของซาตานและเหล่าปีศาจ

ตัวละครหลัก

โอคุมูระ ริน พากย์โดยโนะบุฮิโกะ โอะกะโมะโตะลูกชายของซาตานที่มีสายเลือดมนุษย์และปีศาจ ตั้งเป้าหมายจะเป็นเอ็กซอร์ซิสต์เพื่อปราบศัตรูของฟูจิโมโตะ ชิโร่ พ่อบุญธรรมเป็นนักเรียนปี1 ห้อง1-D ของโรงเรียนเซย์จูจิและเป็นว่าที่เอ็กโซซิทส์ของโรงเรียนกวดวิชาเอ็กโซซิทส์ต้องการคุณวุฒิไนท์ ต่อสู้โดยใช้ดาบปราบมารคุริคาระ หรือโคมะ ที่ได้รับจากชิโร่ เมื่อชักออกมาจากฝักเปลวเพลิงสีนํ้าเงินที่สืบทอดมาจากซาตานจะห่อหุ้มร่างและสำแดงพลังของซาตานหลังปราบราชามลทินเขาก็ตัดสินใจจะใช้ชีวิตร่วมกับเปลวไฟของตน เป็นพี่ชายฝาแฝดของโอคุมุระ ยูคิโอะ รินสามารถเข้าใจภาษาของปีศาจได้ อย่างเช่น อูโคบัคหรือคุโระ รินสามารถเข้าใจว่าพวกมันพูดว่าอะไร

โอคุมูระ ยูคิโอะพากย์โดยจุง ฟุกุยะมะน้องชายฝาแฝดของริน เขาไม่ได้รับไฟสีฟ้าเพราะว่ามีร่างกายอ่อนแอ เป็นเอ็กซอร์ซิสต์อัจฉริยะที่มีอายุน้อยที่สุดมีวุฒิดรากูนและดอกเตอร์ปัจจุบันรับผิดชอบเป็นอาจารย์สอนวิชาเภสัชต่อต้านปิศาจในโรงเรียนกวดวิชาเอ็กซอร์ซิสต์ เป็นนักเรียนปี1 ห้อง1-Aพิเศษ ของโรงเรียนเซย์จูจิ

ฟูจิโมโตะ ชิโร พากย์โดยฟูจิวาระ เคย์จิพ่อบุญธรรมของพี่น้องโอคุมุระในยามปกติเป็นหลวงพ่อที่โบสถ์เซย์จูจิ มีคุณวุฒิพาลาดิน เคยเป็นอาจารย์สอนวิชาเภสัชต่อต้าปิศาจในโรงเรียนกวดวิชาเอ็กซอร์ซิสต์แต่เพราะถูกซาตานเข้าสิงร่างจึงฆ่าตัวตายเพื่อปกป้องริน

เมฟิสโต้ ฟีเลส พากย์โดยฮิโระชิ คะมิยะผู้อำนวยการโรงเรียนเซย์จูจิ เมฟิสโต้ ฟีเลส หรือโยฮัน เฟาสต์ ครูใหญ่โรงเรียนกวดวิชาขับไล่ปีศาจและอัศวินกิตติมศักดิ์หัวหน้าสาขาญี่ปุ่น เป็นเพื่อนของบาทหลวงฟูจิโมโตะและผู้ปกครองของรินกับยูคิโอะ ตัวตนที่แท้จริงจริงคือผู้ทรงอำนาจลำดับที่สองของเกเฮน่า”ซามาเอล”ราชาแห่งกาลเวลาและห้วงมิติหนึ่งในบาอัล(แปดราชันย์)แห่งราชวงศ์ปิศาจ ปัจจุบันกำลังวางแผนการบางอย่างอยู่

โมริยาม่า ชิเอมิ พากย์โดยคะนะ ฮะนะซะวะเธอเป็นลูกสาวของร้านขายของเอกโซซิสต์ ได้รับแรงจูงใจมาจากพวกริน จึงตัดสินใจเข้ามาเรียนที่โรงเรียนเอ็กโซซิสต์ มีพรสวรรค์ในฐานะเทเมอร์และอัญเชิญตัวอ่อนของกรีนแมนได้เป็นนักเรียนปี1 ห้อง1-B ของโรงเรียนเซย์จูจิ

สึงุโระ ริวจิ พากย์โดยนาคาอิ คาสึยะผู้สืบทอดวัดเก่าแก่ของเกียวโต ว่าที่เอ็กซอร์ซิสต์ มีเป้าหมายที่จะเป็นอาเรียและดรากูนเพื่อฟื้นฟูวัดของตระกูล เป็นนักเรียนปี1 ห้อง1-Aพิเศษ ของโรงเรียนเซย์จูจิ

คามิคิ อิสุโมะ พากย์โดยคิตะมุระ เอริว่าที่เอ็กซอร์ซิสต์ สืบสายเลือดของมิโกะ มีพรสวรรค์ของเทเมอร์และอัญเชิญจิ้งจอกขาวได้ถึงสองตัว(อุเคะโมจิ-มิเคะซึ) เป็นนักเรียนปี1 ห้อง1-A ของโรงเรียนเซย์จูจิ

ชิมะ เร็นโซ พากย์โดยยูสะ โคจิลูกศิษย์ของสึงุโระ ทัตสึมะ ว่าที่เอ็กซอร์ซิสต์ มีเป้าหมายที่จะเป็นอาเรีย แต่ภายหลังได้เปิดเผยตนเป็นสมาชิกขององค์กรอิลลูมินาติ เป็นนักเรียนปี1 ห้อง1-C ของโรงเรียนเซย์จูจิ

มิวะ โคเนโกะมารุ พากย์โดยคาจิ ยูกิลูกศิษย์ของสึงุโระ ทัตสึมะเช่นเดียวกับเร็นโซ ว่าที่เอ็กซอร์ซิสต์ มีเป้าหมายที่จะเป็นอาเรีย เป็นนักเรียนปี1 ห้อง1-A ของโรงเรียนเซย์จูจิ

คิริงาคุเระ ชูระ พากย์โดยซาโต้ รินะเอ็กซอร์ซิสต์ขั้นสูงชั้นที่ 1 ผู้ตรวจการณ์ระดับสูงที่วาติกันส่งมาประจำการที่โรงเรียนเซย์จูจิ มีคุณวุฒิไนท์ เทเมอร์ ดอกเตอร์และอาเรีย เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อฟูจิโมโตะ และผู้ใช้ดาบปีศาจคิริงาคุเระ

อาร์ไมมอน พากย์โดยคาคิฮาร่า เท็ตสึยะน้องชายของเมฟิสโต้ ผู้ทรงอำนาจลำดับที่เจ็ดของเกเฮน่าราชาแห่งปฐพี ถูกเรียกมาเพื่อเป็นตัวเดินแผนของเมฟิสโต้

คุโระ พากย์โดยทาคางากิ ซาอิโยะแคทซิธทีเคยถูกบูชาในฐานะเทพผู้คุ้มครองการทำไหม เดิมเป็นปิศาจรับใช้ของชิโรปัจจุบันเป็นภูติรับใช้ของริน

ลูซิเฟอร์ ผู้นำของอิลูมินาติและผู้ทรงอำนาจสูงสุดในเกเฮน่ารองจากซาตานในนามราชาแห่งแสง มีความต้องการรวมอัสสิอาห์กับเกเฮน่าเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

ไยบะ เจ้าหนูซามูไร การ์ตูนในวัยเยาว์ เด็กยุค 90

ไยบะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้แนวเคนโด้และซามุไรของญี่ปุ่นที่วาดขึ้นโดย อาโอยาม่า โกโช ผู้วาดเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนันมีทั้งแบบ มังงะ และ อนิเมะ

เจ้าหนูซามูไรผู้มีความฝัน

คุโรงาเนะ ไยบะ ซามูไรวัยกระเตาะอาศัยอยู่ที่เกาะอันห่างไกลกับพ่อของเขา คุโรงาเนะ เคนจูโร่ และสัตว์เลี้ยงที่เป็นทั้งเพื่อนและคู่หูอย่างคาเงโทร่า (เสือ) กับโชโนสุเกะ (แร้ง) วันหนึ่งทั้งหมดได้มาที่ญี่ปุ่นโดยบังเอิญและได้พบกับครอบครัวมิเนะ ไรโซ เคนจูโร่กับไรโซนั้นเป็นเพื่อนเก่าแก่และเป็นคู่แข่งกัน เคนจูโร่ขอให้บ้านมิเนะฝากเลี้ยงไยบะ เพื่อที่จะให้ความฝันของไยบะเป็นจริงนั่นคือซามูไรอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ส่วนบ้านมิเนะก็มีลูกสาวคือซายากะ ซึ่งซายากะนั้นต้องคอยดูแลไยบะอยู่ตลอดเนื่องจากไยบะไม่เคยเห็นโลกภายนอก

ซามูไรทั้งสองและดาบมารทั้งสอง

วันหนึ่งไยบะไปที่โรงเรียนมัธยมของซายากะและได้พบกับ โอนิมารู ทาเคชิ นักเรียนร่วมสถาบันของซายากะ โอนิมารูมีฝีมือในเรื่องเคนโด้นั้นทำให้ไยบะต้องการจะประมือด้วย ทั้งสองได้สู้กันผลคือโอนิมารูแพ้ไป สร้างความอับอายแก่โอนิมารูมาก โอนิมารูมีความตั้งใจอันแน่วแน่ว่าจะต้องเอาคืนไยบะให้ได้ โอนิมารูได้ค้นพบของบางอย่างจากห้องใต้ดินในบ้านของตนนั่นคือ “ดาบวายุเทพ” ดาบที่มีพลังแห่งลมที่มีวายุเทพสิงสถิตย์อยู่ โอนิมารูใช้ดาบนี้ฝึกฝนจนถึงแก่นแท้ โดยที่จิตใจชั่วร้ายของโอนิมารูนั้นถูกดาบวายุเทพปลดปล่อยออกมาทำให้โอนิมารูถูกปิศาจครอบงำไป โอนิมารูเปลี่ยนไปมีเขางอกออกมาจากศีรษะ รวมไปถึงจิตใต้สำนึกต่างๆนั้นได้กลายเป็นปิศาจไปแล้ว ต่อมาโอนิมารูได้กลับมาสู้กับไยบะต่อ ไยบะไม่สามารถต่อกรกับโอนิมารูที่ใช้ดาบวายุเทพได้จึงพ่ายแพ้ไปอย่างหมดรูป พวกไยบะจึงจำเป็นจะต้องหาสิ่งที่จะมาต่อกรกับดาบวายุเทพได้ นั่นก็คือ “ดาบอัสนีเทพ” นั่นเอง

โอนิมารูล่วงรู้ว่ายังมีดาบอีกเล่มที่เหมือนกับดาบวายุเทพของตนคือดาบอัสนีเทพจึงต้องการเอาดาบนั้นมาเป็นของตนให้ได้ พวกไยบะพบดาบอัสนีเทพและได้พบกับ มิยาโมโต้ มุซาชิ ซึ่งเป็นซามูไรในตำนานจากยุคเอโดะ มุซาชินั้นเป็นผู้ครอบครองดาบนี้ไว้เพื่อวันหนึ่งจะมีคนที่เหมาะสมได้รับไปซึ่งคนที่สามารถใช้ดาบอัสนีเทพได้คือไยบะ ทางด้านโอนิมารูนั้นหลังจากที่ถูกปีศาจครอบงำแล้วทำให้มีความทะเยอทะยานจะยึดครองโลก โดยสร้างสมุนออกมาและปลุกเหล่าขุนพลอสูรที่หลับไหลให้มาเป็นลูกน้องของตน ต่อมาโอนิมารูและพรรคพวกไปที่รัฐสภาและเปลี่ยนรัฐสภานั้นเป็นปราสาทของตน และเริ่มปฏิบัติการครองญี่ปุ่นเพื่อนำไปสู่การครองโลก ทางด้านไยบะได้ลองใช้ดาบอัสนีเทพแต่ว่าดาบมีพลังที่รุนแรงมากจนเกือบจะทำให้ไยบะถูกอัสนีเทพที่สถิตย์ในดาบนั้นครอบงำ พวกมุซาชิจึงต้องพยายามไม่ให้ไยบะใช้พลังอัสนีเทพเพื่อไม่ให้ไยบะกลายเป็นปิศาจเหมือนโอนิมารูอีกคน มุซาชิต้องการไปพบโอนิมารูโดยที่ไยบะก็อยากไปด้วย พวกไยบะมาถึงปราสาทโอนิมารูทำให้โอนิมารูรู้แล้วว่าอาบอัสนีเทพนั้นไยบะครอบครองอยู่ ไยบะพยายามใช้พลังอัสนีเทพแต่ก็เกือบโดนปีศาจครอบงำหลายครั้งจนมุซาชิต้องกำชับไยบะว่าต้องฝึกฝนให้จิตใจแข็งแกร่งเพื่อสามารถต่อกรกับพลังของอัสนีเทพให้ได้

โอนิมารูได้ส่งลูกสมุนอสูรของตนมาจัดการกับพวกไยบะ ไยบะจำเป็นต้องใช้พลังอัสนีเทพแต่ว่าก็ยังไม่สามารถควบคุมจิตได้จนเกือบจะถูกปีศาจเข้าสิง ในระหว่างต่อสู้นั้นลูกแก้วที่ติดกับดาบอัสนีเทพได้หลุดออกมาทำให้ไยบะหายจากการถูกครอบงำ ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าแหล่งกำเนิดพลังของดาบอัสนีเทพนั้นคือลูกแก้วอัสนีเทพนั่นเอง หากดาบไม่มีลูกแก้วจะเป็นเพียงแค่ดาบธรรมดา ไยบะจึงต้องพยายามสู้กับเหล่าบรรดาสมุนของโอนิมารูที่ส่งมาเพื่อแย่งชิงดาบอัสนีเทพ โดยที่การต่อสู้นั้นก็เป็นการฝึกปรือให้ตนได้แข็งแกร่งพอที่จะควบคุมพลังของอัสนีเทพได้ในอนาคต

การต่อสู้กับโอนิมารู

พวกไยบะต่อสู้กับบรรดาเหล่าสมุนของโอนิมารูมากมายที่ถูกส่งมาเพื่อแย่งชิงดาบอัสนีเทพ แต่ว่าในการต่อสู้นั้นทำให้ไยบะได้พรรคพวกเพิ่มนั่นคือ เกโร่ซาเอม่อน ที่เป็นหนึ่งในแปดขุนพลอสูรของโอนิมารู รวมไปถึงมนุษย์ปลาดาวและมนุษย์ปลิงนั้นได้เป็นพันธมิตรกับพวกไยบะด้วย ต่อมาโอนิมารูได้คืนชีพให้กับซามูไรในตำนานอีกคนผู้เป็นคู่ปรับของมุซาชินั่นคือ ซาซากิ โคจิโร่ ไยบะต่อสู้กับโคจิโร่อย่างยากลำบากเพราะโคจิโร่มีดาบวิเศษที่สามารถยืดได้นั่นคือ “ดาบโมโนโฮชิซาโอ” แม้ว่าไยบะจะมีท่าไม้ตายอย่าง “ดาบกังหัน” ก็ไม่อาจเอาชนะโคจิโร่ได้ มุซาชิเห็นไยบะถูกฟ้าผ่าโดยบังเอิญแต่ไยบะยังยียวนกวนประสาทโคจิโร่ได้ มุซาชิจึงคิดว่าตอนนี้ถึงเวลาเหมาะสมแล้วที่ไยบะแกร่งพอจะใช้พลังของอัสนีเทพได้ ซึ่งไยบะก็สามารถเอาชนะอัสนีเทพได้ทำให้ใช้พลังสายฟ้าได้ ไยบะใช้พลังของอัสนีเทพสู้กับโคจิโร่จนโคจิโร่ยอมแพ้และขอเป็นพรรคพวกไยบะด้วย ไยบะฮึกเหิมขึ้นมาที่ตนใช้พลังอัสนีเทพได้จึงต้องการไปสู้กับโอนิมารู แต่มุซาชิปรามไยบะไว้และบอกว่าให้ไยบะคิดค้นท่าไม้ตายใหม่เพื่อให้ตนไปสู้กับโอนิมารูได้ ในที่สุดไยบะได้ท่าไม้ตายใหม่นั่นคือ “ดาบฟ้าผ่า” และพวกไยบะได้บุกเข้าไปที่ปราสาทโอนิมารูและฝ่าฟันอุปสรรคและกับดักมากมายในปราสาทรวมไปถึงบรรดาสมุนของโอนิมารูจนได้สู้กับโอนิมารู

ไยบะได้ใช้พลังของอัสนีเทพเข้าต่อสู้กับโอนิมารูที่ใช้พลังของดาบวายุเทพอย่างดุเดือดและสูสี ในตอนท้ายของการต่อสู้ ทั้งสองได้โจมตีซึ่งกันและกันจนทำให้ปราสาทโอนิมารูถูกทำลาย ดาบวายุเทพของโอนิมารูหักและลูกแก้วอัสนีเทพของไยบะหลุดออกมา โอนิมารูได้เปิดเผยปราสาทลอยฟ้าโอนิมารูออกมาและหนีไปพร้อมกับนำปลายดาบวายุเทพที่หักกับลูกแก้วอัสนีเทพไปด้วย ไยบะพยายามไม่ให้โอนิมารูหนีแต่ก็ไม่ได้ผล พวกไยบะได้รับชนะกลายๆเนื่องจากดาบวายุเทพของโอนิมารูหักและโอนิมารูหนีไป พวกไยบะครุ่นคิดว่าหากโอนิมารูมีปราสาทลอยฟ้าจะไปสู้กับโอนิมารูได้อย่างไร ต่อมาได้พบแผนที่โบราณโดยบังเอิญที่บ้านมิเนะเป็นแผนที่ของประเทศญี่ปุ่นและมีการทำเครื่องหมาย 7 ตำแหน่งซึ่งนั่นคือตำแหน่งของ “ลูกแก้วเทพมังกร” ซึ่งตามตำนานกล่าวว่าผู้ที่ครอบครองลูกแก้วเทพมังกรจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศและปราบมารร้ายได้ การผจญภัยครั้งใหม่ของพวกไยบะเพื่อออกตามหาลูกแก้วเทพมังกรได้เริ่มขึ้นแล้ว

การผจญภัยเพื่อตามหาลูกแก้วเทพมังกร

พวกไยบะออกตามหาลูกแก้วเทพมังกรไปทั่วประเทศญี่ปุ่น ทางด้านโอนิมารูก็รู้แล้วว่าพวกไยบะกำลังตามหาลูกแก้วเทพมังกรเพื่อมาปราบตนจึงทำการคืนชีพซามูไรผู้ชั่วร้ายในอดีตให้มาเป็นสมุนของตนเพื่อให้ไปจัดการพวกไยบะ พร้อมทั้งซ่อมแซมดาบวายุเทพที่เสียหายจากการต่อสู้กับไยบะในครั้งก่อนด้วย พวกไยบะต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมากมายจากการผจญภัยไปทั่วญี่ปุ่นเพื่อตามหาลูกแก้วมังกร พวกไยบะได้ลูกแก้วมา 6 ลูกคือ ลูกแก้ววารี ลูกแก้วทอง ลูกแก้วอัคคี ลูกแก้วหลวงพ่อโต ลูกแก้วแห่งความมืด ลูกแก้วน้ำแข็ง ในการเดินทางพวกไยบะได้พรรคพวกเพิ่มมาอีกคนคือ ยางิว จูเบ มิตสึโยชิ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของมุซาชิ นอกจากนี้ไยบะได้ท่าไม้ตายใหม่จากการผจญภัยครั้งนี้คือ “ดาบกงล้อลม” เมื่อมาถึงลูกแก้วลูกสุดท้ายที่คาดว่าคือลูกแก้วเทพมังกร พวกไยบะต้องสู้กับสมุนของโอนิมารูผู้แข็งแกร่งอย่างบาโชแต่ก็สามารถเอาชนะมาได้ แต่ทว่าลูกสุดท้ายนั้นไม่ใช่ลูกแก้วเทพมังกร หากแต่เป็นลูกแก้วนำทางเพื่อนำไปสู่ลูกแก้วเทพมังกรที่ถูกผนึกรักษาไว้ที่ภูเขาไฟฟูจิอันเป็นที่ตั้งของประสาทลอยฟ้าโอนิมารูเช่นกัน ในขณะที่โอนิมารูนั้นได้ดาบวายุเทพที่ซ่อมแซมเสร็จแล้วและได้ฝึกท่าไม้ตายใหม่คือ “ดาบพายุหมุน” เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับไยบะ

พวกไยบะมุ่งสู่ปราสาทลอยฟ้าโอนิมารูที่ภูเขาไฟฟูจิเพื่อไปหาลูกแก้วเทพมังกร ฝ่ายโอนิมารูก็โจมตีพวกไยบะอย่างเต็มกำลัง พวกไยบะหาทางไปยังปากปล่องภูเขาไฟฟูจิได้ โดยตามคำแนะนำของลูกแก้วนำทางบอกไยบะว่าผู้ที่ต้องการลูกแก้วเทพมังกรจะต้องได้รับการทดสอบสุดโหดและจะต้องสละลูกแก้วทั้งหมดที่รวบรวมมาได้ ไยบะยอมทำตามเงื่อนไขที่ต้องสละลูกแก้วเพื่อเข้ารับการทดสอบ พวกไยบะเข้าสู่ปราการมังกรและเข้ารับการทดสอบสุดโหดในแต่ละด่านซึ่งแต่ละด่านไยบะต้องสูญเสียเพื่อนไปทีละคนจนทำให้ไยบะเกือบจะถอนตัวแต่ก็กัดฟันสู้ต่อ เมื่อมาถึงด่านสุดท้ายไยบะได้พบกับ “เทพมังกร”

ผู้ครอบครองลูกแก้วเทพมังกร การทดสอบครั้งสุดท้ายคือการเลือกระหว่างลูกแก้วเทพมังกรกับเพื่อนๆของไยบะทั้งหมด หากเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง สิ่งที่ไม่ได้เลือกจะถูกทำลาย ไยบะตัดสินใจเลือกเพื่อนๆ เพราะไม่อาจจะทิ้งเพื่อนไปเลือกลูกแก้วเทพมังกรได้ เทพมังกรชื่นชมไยบะที่เลือกเพื่อนเพราะจิตใจของไยบะเต็มไปด้วยคุณธรรมจึงให้ลูกแก้วเทพมังกรกับไยบะ ลูกแก้วเทพมังกรนั้นทำให้ดาบอัสนีเทพของไยบะเปลี่ยนร่างเป็น “ดาบมังกรเทวะ” ลูกแก้วเทพมังกรนอกจากจะทำให้ไยบะบินได้นั้นได้รวมเอาพลังของลูกแก้วทั้ง 7 อย่างไว้และมีพลังเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบเท่า ไยบะที่มีพลังของลูกแก้วเทพมังกรได้ออกไปสู้กับโอนิมารูทันทีซึ่งทางโอนิมารูก็พร้อมสู้กับไยบะเช่นกัน ทั้งสองคนใช้พลังใหม่ของตนห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ จนกระทั่งมียานอวกาศลึกลับจากดวงจันทร์มาตรงที่พวกไยบะต่อสู้อยู่ สิ่งที่มาจากดวงจันทร์นั้นคือมหันตภัยครั้งใหม่ของโลกเลยทีเดียว

คางูยะ ราชินีจากดวงจันทร์

ผู้ที่มาเยือนโลกจากดวงจันทร์นั่นคือ คางูยะ ราชินีชาวจันทรา คางูยะมาที่โลกนั้นเพื่อยึดครองโลกและต้องการแก้แค้นเทพมังกร เนื่องจากเมื่อพันปีก่อนคางูยะพ่ายแพ้ให้กับเทพมังกร ไยบะกับโอนิมารูต้องพักรบกันชั่วคราวเนื่องจากคางูยะมารุกรานโลก คางูยะล่วงรู้แล้วว่าเทพมังกรนั้นได้ถ่ายทอดพลังไว้ในลูกแก้วและมีไยบะเป็นผู้ครอบครอง ไยบะฝึกฝนตัวเองเพิ่มเติมเพื่อที่จะดึงพลังของดาบมังกรเทวะให้ได้อย่างเต็มที่ ส่วนโอนิมารูนั้นกลายเป็นเป้าหมายของคางูยะแทนเพราะต้องการครอบครองญี่ปุ่นแทนโอนิมารู การต่อสู้ระหว่างคางูยะกับโอนิมารูนั้นเป็นไปอย่างดุเดือดชนิดข้ามวันข้ามคืน หากแต่นั่นคือเป้าหมายของโอนิมารูเนื่องจากโอนิมารูได้ล่วงรู้ถึงจุดอ่อนของคางูยะว่าเธอจะต้องได้รับเอกิสหรือพลังชีวิตของหญิงสาวทุกๆ 24 ชั่วโมงเพื่อจะคงความงามของตน หากไม่ได้รับเอกิสร่างกายของคางูยะจะค่อยๆกลายเป็นคนแก่และเจ็บปวดทรมาน ในขณะที่หญิงสาวที่ถูกคางูยะดูดเอกิสจะกลายเป็นคนแก่ ไยบะตามมาสมทบในการต่อสู้ โอนิมารูเล่นงานคางูยะที่ไม่ได้รับเอกิสจนเกือบจะฆ่าคางูยะได้แล้ว แต่โอนิมารูประมาทเกินไป ถูกคางูยะใช้ปืนคาร์บอนฟรีซยิงใส่โอนิมารูจนกลายสภาพถูกแช่แข็ง พวกคางูยะถอนทัพไปแต่ไยบะได้นำโอนิมารูที่ถูกแช่แข็งกลับไปพร้อมกับพรรคพวกโอนิมารู พวกไยบะกับโอนิมารูยอมจับมือเป็นพันธมิตรกันเพื่อต่อต้านคางูยะ

พวกไยบะและสมุนโอนิมารูได้วางแผนการรบกันที่บ้านมิเนะ ส่วนคางูยะได้ส่งสมุนมาเพื่อจัดการกับไยบะ ซายากะถูกสมุนของคางูยะชิงตัวไปเพื่อล่อให้ไยบะออกมา คางูยะขู่ไยบะโดยการดูดเอกิสของซายากะไปนิดหนึ่งจนคางูยะเริ่มแปลงร่างเป็นปีศาจ ไยบะช่วยซายากะไว้ได้และหนีไป เหตุการณ์นี้ทำให้ทราบว่าคางูยะจะสามารถคืนร่างเดิมเป็นปีศาจได้หากได้ดูดเอกิสของซายากะเนื่องจากซายากะสืบเชื้อสายของธิดามังกร ทำให้เป้าหมายของคางูยะเปลี่ยนไปเป็นตามล่าซายากะแทน ต่อมาพวกไยบะได้ต่อสู้กับเก็คโคผู้ร้ายกาจ เนื่องจากเก็คโคนั้นได้เอาดาบต้องห้ามของคางูยะมาใช้นั่นคือ “ดาบจอมมาร” ที่มีพลังขนาดทำลายดาวเคราะห์ได้ ไยบะพ่ายแพ้กับเก็คโคไปอย่างหมดท่า ซายากะขอชีวิตไยบะโดยการยอมไปกับเก็คโค ไยบะหมดหนทางต่อสู้เนื่องจากดาบจอมมารนั้นร้ายกาจเกินไปที่จะสู้คนเดียว หนทางอันมืดมนเริ่มมีแสงริบหรี่นั่นคือการทำให้โอนิมารูคืนชีพ ไยบะทำให้โอนิมารูหายจากการถูกแช่แข็งและได้เห็นถึงความร้ายกาจของเก็คโคที่ออกมาประกาศว่าคางูยะจะทำการคืนร่างเดิมในคืนวันเพ็ญทำให้ในที่สุดโอนิมารูและไยบะยอมร่วมมือกันเพื่อต่อกรกับคางูยะ

เมื่อถึงวันคืนเดือนเพ็ญ พวกไยบะและโอนิมารูบุกไปยังฐานทัพของคางูยะเพื่อไปช่วยซายากะและสามารถช่วยซายากะไว้ได้ โอนิมารูกับไยบะร่วมมือกันต่อสู้กับเก็คโคที่มีดาบจอมมารอยู่ในมือ ไยบะกับโอนิมารูเสียเปรียบเนื่องจากพลังของดาบจอมมารนั้นร้ายกาจเกินไป แต่ทางโอนิมารูยังมีอาวุธลับนั่นคือ “ปืนบาซูก้าสายฟ้าวายุ” อาวุธที่นำพลังของวายุเทพและอัสนีเทพซึ่งมีพลังทำลายล้างสูง (แต่ยิงได้แค่ 1 ครั้ง) โอนิมารูยิงปืนบาซูก้าใส่เก็คโคแต่ไม่เป็นผล ไยบะกับโอนิมารูจึงรวมพลังวายุเทพและอัสนีเทพโจมตีเข้าใส่เก็คโคจนเอาชนะได้ ซายากะถูกชิงตัวกลับไป ไยบะพยายามไปช่วยแต่ไม่เป็นผล ซายากะถูกคางูยะดูดกลืนเอกิสเข้าไปจนคืนร่างเดิมเป็นปีศาจขนาดยักษ์ ไยบะแค้นที่คางูยะดูดเอกิสของซายากะ ไยบะสัญญากับซายากะว่าจะเอาชนะคางูยะให้ได้ ไยบะกับโอนิมารูร่วมมือกันโดยจะใช้พลังวายุอัสนี แต่คางูยะชิงลงมือก่อนซึ่งพลังของคางูยะในร่างปีศาจนี้มากกว่าเดิมหลายเท่า ดาบอัสนีเทพของไยบะถูกคางูยะกลืนเข้าไป โอนิมารูจึงให้ดาบวายุเทพกับไยบะเพื่อให้ไยบะได้ใช้พลังลูกแก้วเทพมังกร ส่วนโอนิมารูไปเอาดาบจอมมารของเก็คโคแทน ไยบะใช้ลูกแก้วเทพมังกรเปลี่ยนดาบวายุเทพเป็นดาบมังกรเทวะเข้าสู้กับคางูยะ แต่คางูยะยังมีพลังมหาศาลกว่าไยบะหลายเท่า ไยบะจึงใช้พลังทั้ง 7 พร้อมกันทำให้มีมังกรออกมา รวมไปถึงโอนิมารูที่ใช้ดาบจอมมารก็มาช่วยไยบะสู้อีกคน คางูยะจึงใช้ไพ่ใบสุดท้ายโดยการรวมร่างกับโลก ทำให้พวกไยบะตกที่นั่งลำบากเพราะโลกกลายเป็นร่างกายของคางูยะ ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังนั้นเทพมังกรปรากฏตัวออกมาบอกให้ไยบะใช้พลังทั้งหมดยิงไปที่โลก ซึ่งคางูยะขู่ว่าถ้าไยบะยิงตนโลกก็จะแหลกไปด้วย ไยบะนึกถึงสิ่งที่คางูยะทำกับซายากะแล้วจึงปล่อยพลังทั้งหมดยิงไปที่โลก ผลสุดท้ายโลกไม่ระเบิด เนื่องจากคางูยะรับพลังทั้งหมดนั้นไว้จนตนเองเข้าสู่นิทราอีกครั้ง และจะไม่ตื่นขึ้นมาหากธรรมชาติไม่ถูกทำลายจนเสียสมดุล โลกรอดพ้นจากเงื้อมมือของคางูยะ เทพมังกรจึงหายไปพร้อมกับลูกแก้วเทพมังกร ผู้หญิงที่ถูกคางูยะดูดเอกิสไปจนกลายเป็นคนแก่รวมทั้งซายากะด้วยนั้นกลับคืนสู่สภาพเดิม ไยบะได้ดาบอัสนีเทพคืนมาและได้ดาบวายุเทพที่โอนิมารูให้มา ส่วนโอนิมารูได้ดาบจอมมารไปและทั้งสองสัญญาว่าจะกลับมาสู้กันในอนาคต โลกจึงกลับมาสงบสุขอีกครั้ง

การต่อสู้กับชาวใต้พิภพ

เวลาผ่านไปหลายเดือนหลังจากการต่อสู้กับคางูยะ พวกไยบะเผชิญหน้ากับศัตรูลึกลับที่แข็งแกร่งอย่าง “จอมอัคนี” แม้ไยบะเองก็ไม่สามารถต่อกรได้ ต่อมามีพีระมิดขนาดใหญ่ขึ้นมาจากใต้ดินที่โตเกียวพร้อมกับแผ่นดินไหวที่รุนแรงมาเป็นระลอกๆ ไยบะอดทนฝึกฝนจนกระทั่งได้ท่าไม้ตายใหม่คือ “เพลงดาบกากบาท” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของดาบอัสนีเทพและดาบวายุเทพ ไยบะสามารถเอาชนะจอมอัคนีได้ในเวลาต่อมาแต่ตนเองจะระเบิดตัวเองไปกับไยบะ เอมเมอรัลหญิงสาวปริศนาได้มาช่วยไยบะได้พอดี เธอได้เล่าถึงแผนการณ์บางอย่างที่จอมอัคนีพูดไว้ เอเมอรัลบอกว่าหากไม่หยุดยั้งเครื่องที่ทำให้แผ่นดินไหวภายในพีระมิด ญี่ปุ่นจะจมอยู่ใต้น้ำ พวกไยบะและเอเมอรัลจึงเข้าไปในพีระมิดนั้นเพื่อยับยั้งแผนการณ์จมญี่ปุ่น ในพีระมิดมีศัตรูมากมายที่พวกไยบะต้องเผชิญหน้าแต่ก็สามารถผ่านพ้นมาได้ ต่อมาได้เผชิญหน้ากับ 3 นักรบคือ ไดมอนด์ รูบี้และแซฟไฟร์ ทั้ง 3 คนมีความร้ายกาจจนทำให้ไยบะยากที่จะรับมือ และได้รู้ความจริงว่าเอเมอรัลก็เป็น 1 ในพรรคพวกของ 3 คนนั้น ทั้ง 4 คนรวมร่างเป็นจิวเวล แม้ไยบะจะปลดปล่อยให้อัสนีเทพและวายุเทพมาครอบงำเพื่อให้ศัตรูไม่สามารถเดาทางได้แต่ก็ไม่เป็นผล ไยบะต่อสู้จนร่างกายสะบักสะบอม ทันใดนั้นดาบอัสนีเทพและวายุเทพที่ใช้พลังจนเกินขีดจำกัดได้รวมร่างเป็น “ดาบจอมราชันย์” ไยบะสามารถเอาชนะจิวเวลและได้เอมเมอรัลกลับมาเป็นพวกอย่างตอนแรกและรีบเร่งขึ้นไปยังชั้นบนสุดของพีระมิดเพื่อหยุดทำลายเครื่องสร้างแผ่นดินไหวไม่ให้ญี่ปุ่นจมใต้บาดาล พวกไยบะทำสำเร็จแต่ต้องสังเวยชีวิตของเอมเมอรัล แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้นกลับมีพีระมิดสีดำขนาดใหญ่โผล่มาจากใต้ดินขึ้นตามเมืองใหญ่ทั่วโลกและเริ่มทำลายเมืองจนพินาศ

ผู้อยู่เบื้องหลังพีระมิดดำนั่นคือ “ชาวใต้พิภพ” ซึ่งต้องการจะยึดโลกนี้เป็นของตัวเอง พวกไยบะหาทางลงไปยังจักรวรรดิ์ใต้พิภพซึ่งเป็นที่อยู่ของชาวใต้พิภพเพื่อให้เอาพีระมิดดำกลับมาจากพื้นโลก พวกไยบะเผชิญหน้ากับยักษ์ 2 ตนที่แข็งแกร่งอย่างซิลเวอร์และโกลด์ ในขณะที่ไยบะกำลังสู้กับเหล่ายักษ์นั้น โอนิมารูก็อยู่ในที่นั้นด้วย โอนิมารูใช้พลังของดาบจอมมารทำให้โกลด์กลายเป็นปิศาจที่อยู่ใต้อาณัติของโอนิมารู ไยบะต้องยับยั้งโกลด์เพื่อไม่ให้มันทำลายจักรวรรดิ์ใต้พิภพและสามารถเอาชนะโกลด์ได้ หัวหน้าของชาวใต้พิภพเสียรู้โอนิมารูที่โดนหลอกใช้ จากนั้นให้พีระมิดดำกลับมาจากพื้นโลกและยอมให้โอกาสพวกไยบะได้กลับไปสู่พื้นโลกด้วยความหวังว่ามนุษย์จะกลับใจไม่ทำลายโลกได้

มารร้ายในตำนานคืนชีพ

ซายากะบังคับให้ไยบะไปโรงเรียนเนื่องจากโลกสงบสุขมาได้พักใหญ่ แต่ความสงบสุขนั้นได้หมดลงเพราะว่ามีศัตรูหน้าใหม่คือบรรดาเทพอสรูที่โอนิมารูส่งมาฆ่าไยบะ แต่ไยบะก็สามารถเอาชนะได้อย่างทุลักทุเลและได้ล่วงรู้ว่าโอนิมารูกำลังจะเริ่มแผนการณ์บางอย่างที่เลวร้ายอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนคือต้องการทำลายผนึกศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 8 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วญี่ปุ่นเพื่อให้คลายมนต์สะกดของ “มารร้ายในตำนาน” ให้ฟื้นคืนชีพจากการหลับไหลมานับหมื่นปี พวกไยบะวางแผนไปยังแท่นผนึกศักดิ์สิทธิ์แห่งสุดท้ายก่อนพวกโอนิมารู ขณะที่ไยบะต่อสู้กับพวกโอนิมารูอยู่นั้น “เทพมังกร” ได้ฟื้นคืนชีพมาช่วยไยบะสู้ด้วย เทพมังกรได้บอกวิธีการปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของดาบจอมราชันย์ให้ไยบะ เทพมังกรยอมสละชีวิตของตนเพื่อช่วยไยบะจากการถูกสมุนของโอนิมารูเล่นงาน พวกไยบะต่อต้านจนสุดความสามารถแล้วแต่ก็ไม่อาจยับยั้งแผนการณ์อันชั่วร้ายนี้ได้ โอนิมารูทำลายผนึกศักดิ์สิทธิ์อันสุดท้าย แผ่นดินดูดกลืนทุกสิ่ง มีแต่เพียงไยบะ ซายากะและมุซาชิที่รอด (รวมถึงโชโนสุเกะ) แผ่นดินของประเทศญี่ปุ่นได้กลายเป็นอสุรกายขนาดใหญ่เท่ากับประเทศญี่ปุ่นและโอนิมารูก็สั่งให้มันทำลายล้างโลก ไยบะไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากมารร้ายมีขนาดใหญ่มากและโดนโอนิมารูเล่นงานจนปางตาย

อย่างไรก็ตามพวกไยบะรอดจากการถูกมารร้ายโจมตีจากการช่วยเหลือของชาวใต้พิภพ พวกไยบะหมดหนทางชนะเนื่องจากโอนิมารูได้ควบคุมมารร้ายนี้ออกไปทำลายโลกแม้แต่ดาบจอมราชันย์ก็ไม่อาจต้านทานได้ แต่ชาวใต้พิภพได้เปิดเผยว่ายังมีปีศาจอีกตนที่กำลังจะคืนชีพนั่นคือราชินีแห่งดวงจันทร์ “คางูยะ” พวกไยบะและชาวใต้พิภพวางแผนที่จะขอยืมพลังของคางูยะเพื่อไปสู้กับโอนิมารูและมารร้าย ซายากะจึงได้ลองเสี่ยงที่จะให้ใช้ร่างกายตัวเองให้คางูยะมาสิงร่างของตน ผลคือคางูยะคืนชีพในร่างของซายากะ คางูยะยอมร่วมมือกับพวกไยบะเพราะไม่ต้องการให้โอนิมารูกับมารร้ายนั้นทำลายโลกไปมากกว่านี้ มารร้ายนั้นได้เปลี่ยนร่างเป็นปีศาจอสรพิษ 7 หัวคือ “ยามาตะโนะโอริจิ” คางูยะยอมเข้าไปในร่างของโอโรจิเพื่อสะกดหัวใจทำให้โอโรจิไม่ขยับไปไหนและให้ไยบะตัดเขาของโอโรจิเพื่อให้มารร้ายนั้นกลับไปเป็นแผ่นดินเหมือนเดิม ทางด้านไยบะกับโอนิมารูได้ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายภายในเวลาอันจำกัดเนื่องจากร่างของซายากะไม่อาจทนพลังของคางูยะได้จนกระทั่งเวลาตะวันตกดิน ทั้งโอนิมารูและไยบะใช้พลังที่แท้จริงของดาบของตน โอนิมารูมีความร้ายกาจมากกว่าแต่ก่อน เล่นงานไยบะจนเกือบเพลี่ยงพล้ำ แต่ไยบะสามารถเอาชนะโอนิมารูได้และตัดเขาของโอโรจิ มารร้ายกลับไปเป็นแผ่นดินประเทศญี่ปุ่นเหมือนเดิม เพื่อให้การผนึกโอโรจิเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ไยบะต้องใช้ดาบจอมราชันย์สะกดโอโรจิไว้แต่ทำให้ไยบะต้องสูญเสียดาบนี้ไปตลอดกาล ไยบะยอมสละดาบจอมราชันย์ โอนิมารูกลับมาเป็นมนุษย์ปกติเหมือนเดิมไม่ใช่ปีศาจอีกต่อไป โลกจึงสงบสุขจากเงื้อมมือของปีศาจมารร้าย

การประลองโอดะโนบุนางะ

เวลาผ่านไปหลังจากการต่อสู้กับเหล่าปีศาจ ไยบะกลับไปเป็นนักกีฬาเคนโด้และได้เป็นผู้ชนะเชิศในการแข่งขันเคนโด้ระดับประเทศ แต่แล้วมีเด็กสาวลึกลับปรากฏตัวต่อหน้าพวกไยบะและได้บอกว่าตนคือน้องสาวของไยบะคือ คุโรงาเนะ โมโรฮะ เธอปรามาสว่าไยบะยังไม่ใช่ซามูไรอันดับหนึ่ง และได้บอกอีกว่าพ่อที่แท้จริงของเธอและไยบะนั้นไม่ใช่เคนจูโร่ แต่คนที่เป็นเคนจูโร่คนนั้นได้ฆ่าพ่อของไยบะและโมโรฮะแถมยังเอาชื่อของเคนจูโร่ไปใช้ ไยบะไม่เชื่อในสิ่งที่โมโรฮะพูด โมโรฮะได้พาพวกไยบะไปยังคฤหาสถ์ของตน

และได้พบกับแม่ของโมโรฮะซึ่งก็เป็นแม่ของไยบะเช่นกันแต่ว่าเธอนั้นเกลียดเคนโด้ ซึ่งไยบะรู้แค่เพียงว่าเคนจูโร่บอกว่าแม่ไยบะตายไปแล้ว และแม่ของไยบะเป็นนายท่านของแก๊งเหล็กไหลซึ่งมีอิทธิพลในโลกมืด ปริศนาหลายอย่างได้ถาโถมมาที่พวกไยบะจนตั้งตัวไม่ติด โมโรฮะได้บอกว่าปริศนาต่างๆให้ไปถามเคนจูโร่ ซึ่งจะต้องไปที่งานประลองโอดะโนบุนางะ การประลองในโลกมืดที่มีมาแต่ครั้งอดีต ไยบะตัดสินใจที่จะเข้าร่วมงานประลองนี้เพื่อไปหาความจริงของตน และพ่อของตน รวมไปถึงพิสูจน์ฝีมือว่าตนเองนั้นคือซามูไรอันดับหนึ่งที่แท้จริง

พวกไยบะได้เดินทางไปยังเกาะโยโรอิซึ่งเป็นทางเข้าของงานประลองโอดะโนบุนางะ การประลองนี้เป็นการประลองนอกรีต ไม่มีกฎกติกา มีเพียงแค่การต่อสู้ฆ่าฟันอย่างเหี้ยมโหดและการพนันอันมหาศาล ไยบะใช้แค่เพียงดาบไม้ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อของไยบะเหลือไว้ให้กับแม่ ไยบะได้เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีฝีมืออันร้ายกาจมากมาย รวมไปถึงจูเบที่เข้าร่วมประลองด้วย ไยบะสามารถเอาชนะจูเบได้ และสามารถเอาชนะ โอกิตะ โซชิ นักดาบหนุ่มอัจฉริยะมาได้แต่ตนเองก็สะบักสะบอมไปหมด

ในรอบชิงชนะเลิศ คู่ต่อสู้ที่ไยบะเผชิญหน้านั่นคือโอนิมารูที่มาพร้อมกับเคนจูโร่ โอนิมารูบอกว่าตนไปหาเคนจูโร่เพื่อขอให้สอนตนเพื่อเอาชนะไยบะและเพื่อถึงแก่นแห่งดาบที่แท้จริง เคนจูโร่ได้สอนวิชาทุกอย่างให้กับโอนิมารูไปทั้งหมด เคนจูโร่บอกกับไยบะว่าถ้าต้องการรู้เรื่องราวความจริงทุกอย่างต้องเอาชนะโอนิมารูให้ได้ ทั้งสองสู้กันอย่างดุเดือดในนั้น โอนิมารูที่เป็นมนุษย์ปกติในตอนนี้นั้นมีความร้ายกาจยิ่งกว่าตอนเป็นปีศาจ ไยบะไม่สามารถต่อกรกับโอนิมารูในตอนนี้ได้ แต่ไยบะได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายจนสามารถเอาชนะโอนิมารูได้ ไยบะชนะเลิศการประลองโอดะโนบุนางะ

ความจริงทุกอย่างได้ปรากฏว่าเคนจูโร่นั้นคือพ่อจริงๆของไยบะและโมโรฮะ แต่จำเป็นที่ต้องสร้างเรื่องที่ฆ่าพ่อนั้นเพราะแม่ของทั้งสองไม่อยากให้ลูกๆของเธอต้องมาพัวพันในเรื่องดาบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เคนจูโร่ชอบและออกเดินทางเพื่อตามหาความฝันในการเป็นซามูไรรวมไปถึงการใช้ชีวิตแบบหรูหราในคฤหาสถ์ที่เคนจูโร่ไม่ชอบแต่ตนชอบการใช้ชีวิตแบบติดดินมากกว่า เคนจูโร่กับไยบะได้กลับไปอยู่ที่คฤหาสถ์กับแม่ของไยบะและโมโรฮะ และก็ใช้ชีวิตเป็นครอบครัวเดียวกันเรื่อยมา

บทส่งท้าย

หลายปีผ่านไป พวกไยบะได้ออกเดินทางเพื่อผจญภัยและฝึกฝนฝีมือ ส่วนซายากะนั้นเป็นนักเรียนมัธยมปลาย เธอได้คิดถึงไยบะและการผจญภัยที่ผ่านมา ไยบะได้ปรากฏตัวออกมาอย่างบังเอิญ ไยบะที่เติบโตขึ้นนั้นได้ชวนซายากะออกไปผจญภัยด้วยกับพร้อมกับดาบเล่มใหม่ของไยบะ “ดาบมารคุซานางิ” ซึ่งทั้งสองคนได้บินไปพร้อมกันด้วยดาบเล่มใหม่ของไยบะ

อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน อนิเมะที่มีหลายภาค ทั้งฉบับทีวีซีรีย์และเดอะมูฟวี่

อินุยาฉะ เทพอสูรจิ้งจอกเงิน  เป็นชื่อหนังสือการ์ตูนและอนิเมะซึ่งแต่งโดย รูมิโกะ ทากาฮาชิ

เนื้อเรื่อง

อินุยาฉะ เป็นลูกครึ่งอสูรซึ่งเกิดจากพ่อผู้เป็นจอมขุนพลสุนัขอสูรผู้ยิ่งใหญ่ แต่มีแม่เป็นมนุษย์ จึงทำให้อินุยาฉะมีปมด้อยและไม่เป็นที่ยอมรับทั้งจากบรรดาปีศาจหรือมนุษย์ธรรมดา จากการไม่เป็นที่ยอมรับนั้นเองที่เป็นเหตุผลให้เขาต้องการลูกแก้วสี่วิญญาณ(ลูกแก้วอสูร)เพื่อที่จะกลายเป็นอสูรอย่างเต็มตัว แต่การที่จะได้ลูกแก้วมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะลูกแก้วดังกล่าวได้รับการพิทักษ์จาก คิเคียว ผู้เป็นมิโกะศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน ดังนั้นเขาและคิเคียวจึงมีเหตุให้ต้องประฝีมือกันอยู่เนื่อง ๆ แต่ว่าอินุยาฉะก็ทำร้ายคิเคียวไม่ลงดังเช่นที่คิเคียวก็ไม่ยอมทำร้ายอินุยาฉะเช่นเดียวกันเนื่องจากคนทั้งคู่ต่างก็มีใจให้กัน

ต่อมาคิเคียวและอินุยาฉะได้คุยกันถึงการตัดสินใจมอบลูกแก้วให้อินุยาฉะได้อธิษฐานให้ตนเองกลายเป็นมนุษย์เต็มตัวเพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างคนธรรมดา แต่เหตุการณ์ได้กลับตาลปัตรในรุ่งอรุณของวันที่คิเคียวต้องส่งมอบลูกแก้วสี่วิญญาณให้กับชายคนรัก เพราะโจรป่าโอนิงุโมะ ผู้รวมร่างกับปีศาจจนกลายเป็น นาราคุ (นาราคุ แปลว่า นรก) มีความต้องการในตัวคิเคียวจึงทำให้ทั้งคู่ผิดใจกันด้วยการปลอมตัวเป็นคนทั้งสองให้ต่างฝ่ายต่างลอบทำร้ายซึ่งกันและกัน ในที่สุดอินุยาฉะก็พลาดท่าถูกคิเคียวยิงด้วยธนูปิดผนึกตรึงไว้ที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ส่วนตัวเธอเองพร้อมกับรอยบาดแผลที่สาหัส ได้สั่งเสียก่อนตายกับ คาเอเดะ ผู้เป็นน้องสาวของเธอว่าให้เผาลูกแก้วสี่วิญญาณไปพร้อมกับร่างกายของเธอเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกแก้วตกไปอยู่ในมือของปีศาจอีกต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลาได้ล่วงเลยมา 500 ปีจนถึงยุคปัจจุบัน คาโงเมะ สาวน้อยวัยมัธยมต้นไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนเองเป็นวิญญาณที่กลับมาเกิดใหม่ของคิเคียว จนกระทั่งในวันที่เธอมีอายุครบ 15 ปี คาโงเมะได้ถูกปีศาจตะขาบลากพาตัวไปทางบ่อน้ำแห้งที่เรียกกันว่าบ่อกลืนกระดูก ไปในยุคแห่งสงคราม(ยุคของอินุยาฉะ)สมัยที่ยังคงมีการอยู่ร่วมโลกกันของปีศาจภูติพรายเทพอสูรกับมนุษย์ที่มีการต่อสู้กันเพื่ออำนาจและความอยู่รอด ในระหว่างการหลบหนีปีศาจตนดังกล่าวนี้เองทำให้คาโงเมะได้พบกับอินุยาฉะและได้ปลุกเขาให้ตื่นจากการหลับไหลนานถึง 50 ปี อีกทั้งได้ค้นพบว่าในร่างกายของตัวเธอเองนั้นมีลูกแก้วสี่วิญญาณที่สมควรจะหายไปตั้งแต่ถูกเผาไปพร้อมกับร่างกายของคิเคียวในเวลาหลายสิบปีก่อนหน้านี้

เรื่องราวแห่งโชคชะตาดูจะไม่จบอยู่แค่นั้นเพราะหลังจากที่ข้ามผ่านเวลามาในโลกแห่งอดีตได้ไม่นานนัก ลูกแก้วสี่วิญญาณก็ได้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ ชิ้นส่วนของลูกแก้วนั้นกระจัดกระจายไปไกลเป็นสิบหรือร้อยชิ้นก็สุดจะคาดเดา คาโงเมะและอินุยาฉะจึงจำต้องจับคู่กันเพื่อตามหาเศษลูกแก้วให้กลับมารวมกันให้ได้ก่อนที่คนชั่วและปีศาจร้ายจะได้มันไว้ในครอบครอง และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นให้ศึกชิงลูกแก้วสี่วิญญาณได้เปิดฉากขึ้น

และการเดินทางที่ยาวนานเสี่ยงอันตรายที่มาพร้อมกับการต่อสู้อันดุเดือดเพื่อรวบรวมเศษลูกแก้วที่กลายเป็นการเดินทางไปปราบนาราคุโดยปริยายนั้นเองที่ได้ก่อร่างสร้างเรื่องราวแห่งมิตรภาพ ความรัก และการค้นพบตัวเองของลูกครึ่งปีศาจผู้นี้ อินุยาฉะได้ต่อสู้กับ เส็ตโชมารู พี่ชายต่างมารดาที่เป็นอสูรเต็มตัว เพื่อแย่งชิง ดาบเขี้ยวอสูร ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากเขี้ยวของท่านพ่อ ต่อมาอินุยาฉะได้ครอบครองดาบเล่มนี้และใช้ดาบเขี้ยวอสูรเป็นอาวุธคู่กายเพื่อช่วยในการรวบรวมเศษลูกแก้วสี่วิญญาณตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อีกทั้งในการผจญภัยครั้งนี้อินุยาฉะ คาโงเมะ ทั้งสองได้ร่วมทางไปกับ ชิปโป ลูกของปีศาจจิ้งจอกซึ่งพ่อถูกฆ่าตายโดยปีศาจอสูรสายฟ้า, มิตรแท้อย่าง มิโรคุ นักบวชทุศีลจอมลามกที่มีช่องว่างแห่งลมที่มือขวา, และ ซังโกะ ลูกหัวหน้าหมู่บ้านนักปราบปิศาจ ที่มากับ คิราร่า ปีศาจแมวสองหางที่เป็นพาหนะคู่ใจ (ปีศาจแมวตัวนี้เคยเป็นแมวคู่ใจของมิโดริโกะมาก่อน) จนกระทั่งได้จัดการกับนาราคุ และร่างแบ่งภาคของนาราคุที่ฝากความแค้นให้กับทุกคนได้ในที่สุด นอกจากนี้แล้วอินุยาฉะยังต้องพบเจอกับเรื่องราวของความรักความผูกพันระหว่างเขากับคาโงเมะที่แทรกเข้ามาในการเดินทางครั้งนี้อีกด้วย