รีวิว EVANGELION 3.0+1.0 (ไม่สปอยล์) เมื่อเอวานเกเลียนสอนเราถึงความหมายของ “ความสุข”

หลังจากรอกันมากว่า 8 ปี ในที่สุด “ภาคต่อ” ของ Rebuild of Evengelion ซึ่งจะเป็น “ภาคจบ” ของภาพยนตร์ซีรี่ส์นี้ ก็ได้ออกฉายแล้ว และก็สมการรอคอยเพราะทำรายได้อย่างถล่มทลายในญี่ปุ่นแม้จะเป็นช่วงที่สถานการณ์ไวรัสระบาดจะยังไม่สงบดีนักก็ตาม

และหนึ่งในทีมงานของ Akibatan ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ก็ได้รับชมภาพยนตร์ภาคนี้ตั้งแต่เข้าฉายวันแรกเลยทีเดียว จะเป็นอย่างไรนั้น ก็มารีวิวให้อ่านกันเรียกน้ำย่อยครับ (ไม่สปอยล์เนื้อหาส่วนสำคัญ) เรื่องราวนั้นเดินเรื่องต่อจากภาค 3.0 เลย ดังนั้นอย่างน้อย ๆ ที่สุดคือทุกคนต้องรู้เนื้อหาของ Rebuild of Evangelion ตั้งแต่ 1.0 มาจนถึง 3.0 เสียก่อน และมีอีกหลาย ๆ ส่วนที่อ้างอิง หรือพาดพิงไปถึง Neon Genesis Evangelion ซีรี่ส์แรก และ The End of Evangelion ด้วย ดังนั้น นอกจากจะเพื่อให้เข้าถึงเนื้อหาอย่างสมบูรณ์แล้ว การจะเข้าถึงความรู้สึกทั้งหมดที่ผู้กำกับอยากจะถ่ายทอดออกมา ก็ควรจะได้ผ่านเรื่องราวทั้งหมดของฉบับอนิเมชั่นที่ผ่านมาทุก ๆ ภาค ทุก ๆ เวอร์ชั่นครับ

เนื้อหาของภาคนี้เริ่มด้วยเหตุการณ์ตามคลิปโปรโมต 10 นาทีแรกของภาพยนตร์ ที่กลุ่มของพวกมิซาโตะ ออกปฏิบัติการชิงพื้นที่ ๆ ปารีส เพื่อทำการปักเสาสีดำที่มีประสิทธิ์ภาพในการเปลี่ยนแปลงพื้นที่สีแดงที่พังทลาย ให้กลับมามีสภาพปกติได้ และเก็บกู้อุปกรณ์ที่จะใช้กับเครื่องเอวานเกเลียน 02 ที่พังชำรุดในภาคที่แล้ว ให้กลับมาต่อสู้ได้อีกครั้ง ในขณะที่พวกชินจิ อาสึกะ และเรย์ ก็ยังคงเดินทางเร่ร่อนในดินแดนที่พังทลาย แต่ก็มี “กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง” มาพบและช่วยเหลือพวกเขาไว้ และกลุ่มคนพวกนี้เอง ก็จะนำพาเรื่องราวที่จะช่วยตอบหลาย ๆ ข้อสงสัยของภาค 3.0 ได้มากขึ้น ในภาค 3.0 เป็นเหตุการณ์ Timeskip ที่ข้ามเรื่องราวที่เกิดขึ้นท้ายภาค 2.0 มาถึง 14 ปี โลกทั้งใบพังทลายกลายเป็นสีแดง และเกิดเรื่องราวมากมายที่ชวนงุนงงและเต็มไปด้วยคำถาม แต่สำหรับภาคนี้ (3.0+1.0) จะพาเราไปดูแง่มุมบนโลกสีแดงนี้ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน และสิ่งที่ตัวเอกได้ประสบพบเจอ จะสอนให้เหล่า “นักขับเครื่องเอวา” ได้รู้จักกับชีวิตอีกรูปแบบที่พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อน และสัมผัสได้ถึงการสื่อใจเข้าหากันจุดนี้จะตรงข้ามกับที่ผ่าน ๆ มา ที่เรื่องราวพร่ำบอกเราแต่ “ทฤษฎีตัวเม่น” ที่หากเข้าหากันก็จะถูกหนามทิ่มแทงจนบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย แทนค่าการตั้งกำแพงที่คนสองคนจะเข้าถึงกันและกันได้หากจุดจบใน The End of Evangelion ได้บอกเราว่า จุดสิ้นสุดของทุกสิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อกำแพงแห่งจิตใจสลายไป ทุกชนิดจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แต่สิ่งนั้นจะมีความหมายอะไร ในเมื่อความทุกข์ก็ไม่มี ความสุขก็ไม่เกิด และชีวิตนั้นจะคงอยู่เพื่อเจตจำนงอะไร? ภาคนี้เปรียบเสมือนการ “คัดค้าน” สิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และนำพาเราไปสู่บริบทใหม่ ๆ ของ Evangelion ว่าการสลายกำแพงจิตใจ โดยที่แม้ว่าเรายังคงมีความทุกข์อยู่เพียงใด แต่ก็สามารถเผชิญหน้ากับมันได้อย่างเข้มแข็ง หากเราไม่ทอดทิ้งความสุขที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเราที่เป็นดั่งยาเติมพลังใจให้กับเรา เพราะไม่เคยมี Evangelion ภาคไหน ๆ ให้ความรู้สึกแบบนี้มาก่อนครับ อาจจะเป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบแล้วรู้สึก “อิ่มเอิบ” ก็เป็นได้ และอ่านถึงตรงนี้ อาจจะงงว่า เฮ้ย นี้มันหนังโลกสวยหรืออะไรหรือเปล่า แล้วฉากแอคชั่นอันตื่นตาอลังการงานสร้างล่ะเป็นอย่างไร ส่วนนี้ต้องบอกว่า ยังคงมีฉากต่อสู้ที่ตื่นตาไม่น่าผิดหวังครับ เราจะได้เห็นทั้งแมคคานิคที่แปลกตา และการสาดกระสุนกันดุเดือด และไฮไลท์ที่ต้องขอบอกใบ้ว่า ยานวุนเดอร์ของมิซาโตะนั้น ก็มีฉากสู้รบกลางเวหาที่น่าประทับใจหลายฉากเลย ซึ่งมีบางซีนชวนรู้สึกถึงความบ้าพลังระดับกุเรนลากันน์ และบางตอนก็มีกลิ่นอายของอนิเมชั่นไซไฟอวกาศยุค 80-90 มาก แต่จุดหนึ่งที่ผู้เขียนก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นการจงใจหรือเป็นข้อบกพร่อง ก็คือในช่วงท้ายเรื่องนั้น มีหลายฉากที่ภาพกลายเป็นลายสเก็ตช์ขาวดำบนกระดาษ ที่บางฉากเป็นงานวาดหยาบ ๆ ขึ้นฉายบนจอพร้อมกับเสียงพากย์ ที่อธิบายได้ยากว่านี่คือการเผางานหรือการจงใจสื่อความหมายบางอย่างเพิ่มเติม และภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยาวมากถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวและเนื้อหา ที่เรียกได้ว่ามันควรจะเป็น เรื่องเดียวกับภาค 3.0 เลยครับ ภาค 3.0 เราจะเห็นว่าเนื้อเรื่องนั้นมีสั้นนิดเดียว ซึ่งนั่นก็ไม่แปลก เพราะส่วนที่เหลือของมันคือเนื้อหาทั้งหมดของ 3.0+1.0 นี้เอง แต่กระนั้น หลาย ๆ อย่างที่เนื้อเรื่องเคยตั้งคำถามไว้ ก็มีเพียงบางเรื่องเท่านั้นที่ตอบเรา แต่บางเรื่องก็ถูกปล่อยผ่านไปราวกับเป็นเพียงการตั้งคำถามลอย ๆ ให้ผู้ชมไปปะติดปะต่อกันเอาเอง

TIGER & BUNNY เตรียมจัดอีเวนต์ฉลองครบรอบ 10 ปีของอนิเมะ

TIGER & BUNNY ฉบับอนิเมะที่มีการฉายครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2011 ซึ่งในปีนี้ก็เป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีหลังจากที่ออกอากาศครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นแล้ว นอกจากนี้ในปี 2022 ที่กำลังจะถึงก็จะมีการฉายภาคต่ออย่าง “TIGER & BUNNY 2”

โดยรายการพิเศษฉลองครบรอบ 10 ปีของอนิเมะ TIGER & BUNNY จะมีชื่อว่า “HERO TV presents Anniversary SPECIAL PROGRAM” และจะออกอากาศทางแพลตฟอร์ม YouTube วันที่ 3 เมษายน 2021 เวลา 18.00 น. (เวลาประเทศไทย) บอกเลยว่าแฟนคลับเรื่องนี้ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด!

TIGER & BUNNY เป็นอนิเมะแนวแอคชั่นที่มีฮีโร่ออกต่อสู้รักษาความสงบสุขของเมือง แต่ฮีโร่ของเรื่องนี้จะต่างจากเรื่องอื่น ๆ เพราะว่าฮีโร่เป็นเพียงแค่งานประเภทหนึ่งและยังต้องคอยแย่งความนิยมจากผู้ชม เพื่อที่จะได้ทำสัญญากับสปอนเซอร์ โดยเรื่องราวจะโฟกัสไปที่ฮีโร่มืออาชีพ Wild Tiger ที่กำลังตกอับจนต้องไปจับคู่กับฮีโร่หน้าใหม่ที่ชื่อ Bunny ออกต่อสู้กับเหล่าร้าย “ไม่แน่ว่าอาจจะมีการเผยรายละเอียดของซีซั่น 2 ที่หลายคนรอคอยก็เป็นได้!”

มอนสเตอร์ฟาร์ม เป็นการ์ตูนอนิเมะของญี่ปุ่น แนว แฟนตาซี, แอ็คชั่น, ผจญภัย, คอเมดี้

เนื้อเรื่อง

มอนสเตอร์ฟาร์มเป็นเรื่องของเด็กประถมคนหนึ่งชื่อเก็งกิ ซึ่งชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นชีวิตจิตใจ และได้ถูกดูดเข้าไปในเกมส์มอนสเตอร์ฟาร์มเพื่อต่อสู้กับฝ่ายอธรรม และ มู โดยการตามหานกไฟซึ่งเป็นมอนสเตอร์ในตำนานที่เชื่อกันว่าจะปราบฝ่ายอธรรมได้

นูระหลานจอมภูต แนว ต่อสู้, เหนือธรรมชาติ

เรื่องย่อ

ยามเมื่อความมืดมิดมาเยือน เหล่าภูตพรายเริงร่า มนุษย์ล้วนหวาดกลัว และสิ่งที่ภูตพรายเทิดทูนราวกับเจ้าชีวิต นั่นคือนูราริเฮียง (จอมภูต) ‘ริคุโอะ’ ผู้มีเชื้อสายจอมภูต 1ใน 4 และเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มนูระรุ่นที่3 เด็กหนุ่มผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับคุณปู่ซึ่งเป็นนูราริเฮียง

และสมาชิกในบ้านอีกหลายคน(ที่เป็นภูตผีทั้งนั้น) เขาเองก็ไม่ได้คิดมากอะไรกับเรื่องนี้ ความเรียบง่ายนี้น่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไป แต่เมื่อวันที่เขาอายุครบ 13 ปี มาเยือน

ทุกสิ่งได้เปลี่ยนไปตลอดกาล ริคุโอะสามารถเปลี่ยนร่างเป็นภูตตอนกลางคืนได้ แต่ว่าปีศาจหลายๆตนที่เป็นแกนนำของกลุ่มก็ยังไม่ยอมรับริคุโอะเป็นผู้นำอยู่ดี แม้ว่าริคุโอะจะแสดงฝีมือในการปราบขบวนอสูรชิโกกุแล้วก็ตาม ริคุโอะจึงจัดตั้งขบวนร้อยอสูรของตนขึ้นเสียเอง โดยที่เป้าหมายคือการเป็นจอมภูตเหมือนนูราริเฮียงผู้เป็นปู่

เอเรเมนทาร์ เจเร็ด เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นแนวผจญภัย ต่อสู้

เนื้อเรื่อง

จอมโจรหนุ่มแห่งกลุ่ม Red Links หรือ “กองโจรแห่งท้องนภา” คูลด์ แวน เจเร็ต ผู้ไร้ฝีมือในการต่อสู้จนถูกเหล่าโจรหยอกล้อเป็นประจำ ในการปล้นครั้งล่าสุด คู (เรียกสั้นๆ) ได้แอบเข้าไปในห้องเก็บของแล้วแอบเปิดหีบสมบัติใบใหญ่ที่ได้มาจากการปล้น เขาต้องตะลึง เมื่อพบเด็กสาวนอนอยู่ในนั้นตอนแรกเขาคิดว่าเธอเป็นแค่ตุ๊กตา

แต่อยู่ดีๆเธอก็ลืมตาขึ้น ลุกขึ้นยืน แล้วเดินผ่านเขาไป เธอหันมาพูดกับเขาว่า” เกลียด….นายมีกลิ่นของมนุษย์…เพราะงั้น…ฉันเกลียดนาย” ทำให้เขายิ่งตะลึงกว่าเดิม “เรเวอร์รี่ เมเธอร์แลนซ์” หรือ “เร็น” สาวน้อยผู้ถูกผนึก!!! เธอเป็นมนุษย์เผ่าพันธุ์โบราณ ที่เรียกกันว่า “อีดีลเรด” ซึ่งเหล่าอีดีลเรดจะมีสิ่งที่เรียกว่า Erementar Gerad หรือ แก่นศิลา

เป็นสิ่งบ่งบอก อีดีลเรดทุกคนมีความสามารถ ในการแปลงร่างตัวเองเป็น “อาวุธ” ที่มีพลังทำลายอนุภาพร้ายแรง ให้กับผู้ทำพันธสัญญาของตนได้ แต่เหล่า อีดีลเรด จะถูกคนส่วนใหญ่มองว่าเป็น “อาวุธ” หรือ “เครื่องมือ” แต่ไม่ใช่ “มนุษย์” เหล่า อีดีลเรด

จึงถูกไล่ล่าเพื่อเอามาขายให้กับผู้ที่ต้องการ “พลัง” และด้วยเหตุนี้เร็นจึงเกลียดมนุษย์ทุกคน แต่ คู กลับไม่เหมือนคนพวกนั้น เขามอง เร็น เป็น “มนุษย์ที่ต้องปกป้อง” ทำให้เร็นเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อมนุษย์ไป เร็นเริ่มรู้สึกถึงความแตกต่างของคูกับคนทั่วไป คู ต้องต่อสู้กับองค์กรต่างๆมากมายที่ต้องการตัว เร็น

เพราะเธอเป็นอีดีลเรด ชนิดหายากและมีพลังทำลายสูงมากที่เรียกว่า “ต้นไม้แห่งทรัพย์สมบัติทีเปล่งประกายทั้ง 7 (Shichikohouju)” เพื่อให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของเหล่าผู้ล่า เร็นและคู จึงทำพันธสัญญากัน แล้วต่อสู้ไปด้วยกัน และยิ่งพวกเขาได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองก็ยิ่งมีมากขึ้นทุกวัน การผจญภัยของเร็นกับคูจะจบเช่นไร

ตัวละคร

คูลด์ แวน เจเร็ต จอมโจรหนุ่มแห่งกลุ่ม Red Links หรือ “กองโจรแห่งท้องนภา” คูด วัน จิลเอ็ด ผู้ไร้ฝีมือในการต่อสู้จนถูกเหล่าโจรหยอกล้อเป็นประจำ ในการปล้นครั้งล่าสุด คู(เรียกสั้นๆ) ได้แอบเข้าไปในห้องเก็บของแล้วแอบเปิดหีบ!!!ใบใหญ่ที่ได้จากการปล้น เขาต้องตะลึง เมื่อพบเด็กสาวนอนอยู่ในหีบ!!!

“เรเวอร์รี่ เมเธอร์แลนซ์” หรือ “เร็น” เธอเป็นมนุษย์เผ่าพันธุ์โบราณ ที่เรียกกันว่า “อีดีลเรด” ซึ่งเหล่าอีดีลเรดจะมีสิ่งที่เรียกว่า Erementar Gerad หรือ แก่นศิลา เป็นสิ่งบ่งบอก อีดีลเรดทุกคนมีความสามารถ ในการแปลงร่างตัวเองเป็น “อาวุธ” ที่มีพลังทำลายอนุภาพร้ายแรง ให้กับผู้ทำพันธสัญญาของตนได้ แต่เหล่า อีดีลเรด จะถูกคนส่วนใหญ่มองว่าเป็น “อาวุธ” หรือ “เครื่องมือ” แต่ไม่ใช่ “มนุษย์” เหล่า อีดีลเรด

จึงถูกไล่ล่าเพื่อเอามาขายให้กับผู้ที่ต้องการ “พลัง”องกรณ์ต่างๆมากมายที่ต้องการตัว เร็น เพราะเธอเป็นอีดีลเรด ชนิดหายากและมีพลังทำลายสูงมากที่เรียกว่า “ต้นไม้แห่งทรัพย์สมบัติทีเปล่งประกายทั้ง7 (Shichikohouju)” และด้วยเหตุนี้เร็นจึงเกลียดมนุษย์ทุกคน แต่ คู กลับไม่เหมือนคนพวกนั้น เขามอง เร็น เป็น “มนุษย์ที่ต้องปกป้อง” ทำให้เร็นเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อมนุษย์ไป

“ซิสก้า” เจ้าหน้าที่ของอาคเอล 1ในกลุ่มของผู้ที่ตามหาตัวเร็นอยู่มีลูกทีมคือ โรเวน และเคลียร์ แต่ท้ายที่สุดก็ได้มาร่วมต่อสู้กับพวกคู ในการต่อสู้ใช้อาวุธจำพวกปืน และหากจำเป็นจริงๆจะใช้กระบวนท่าในการจู่โจมแทน

“โรเวน” ลูกทีมของซิสก้า มีอีดีลเรด คือ “เคีย” อาวุธคือดาบ มีนิสัยสุภาพ เรียบร้อย และพูดมีหางเสียงทุกคำ มักตกเป็นเหยื่อรายแรกยามเคลียร์หิว

“เคีย” ลูกทีมของซิสก้า เป็นอีดีลเรดของโรเวน มีนิสัย ชอบโมโหหิว แต่งตัวเปรี้ยวมากที่สุดในทีม แถมมีนิสัยตรงข้ามกับโรเวนโดยสิ้นเชิง แต่ช่วงหลังๆนี้ นิสัยออกจะเรียบร้อยขึ้นมามาก

ซอร์ดอาร์ตออนไลน์ เป็นไลต์โนเวล แนว Action, Romance, Fantasy, Sci-Fi

เรื่องย่อ

ในปี 2022 ได้มีการเปิดตัวเกมสวมบทบาทออนไลน์เสมือนจริงหลายคน (VRMMORPG) ที่มีชื่อเรียกว่า Sword Art Online ( SAO ) โดยใช้อุปกรณ์ที่มีชื่อว่า เนิฟเกียร์ (NerveGear) เป็น หมวกกันน็อคที่กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้าของผู้ใช้ผ่านสมองผู้เล่นสามารถสัมผัสและควบคุมตัวละครในเกมด้วยความคิด โดยทั้งเกม SAO และ NerveGear ถูกสร้างขึ้นโดย คายาบะ อากิฮิโกะ

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้เล่นจำนวน 10,000 คน ได้ทำการล๊อกอินเข้าสู่เกม SAO เป็นครั้งแรก แต่พบว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะออกจากระบบได้ หลังจากนั้น คายาบะได้ปรากฏตัวและบอกผู้เล่นว่าพวกเขาจะต้องเอาชนะบอสที่อยู่บนหอคอย Aincrad ไปเรื่อยๆจนถึงชั้นที่100 หากพวกเขาต้องการที่จะเป็นอิสระและออกจากเกมได้ นอกจากนี้เขายังบอกอีกว่าหากผู้เล่นนั้น ตายในเกม จะทำให้ตัวผู้เล่นนั้นตายในชีวิตจริงด้วยโดยการส่งกระแสไฟฟ้าที่อยู่ในเนิฟเกียร์ ไปทำลายสมอง หรือหากบังคับหรือพยายามจะเอา เนิฟเกียร์ออก เพื่อที่จะออกจากเกม ก็จะได้รับความตายในชีวิตจริงเช่นกัน ดังนั้นเพื่อที่จะออกจากเกมมรณะนี้ได้จำเป็นต้องจัดการบอสชั้นที่100ของหอคอย Aincrad ให้ได้เท่านั้น

หนึ่งในผู้เล่นชื่อ “คิริโตะ” หรือชื่อจริง “คิริกายะ คาซึโตะ” เป็นหนึ่งใน ผู้เล่นที่เข้าร่วมการทดสอบเกมที่มีจำนวนมากกว่า 1,000 คน ด้วยความได้เปรียบจากประสบการณ์การเล่นเกม VR ก่อนหน้า เพื่อปกป้องผู้ทดสอบเบต้าคนอื่นจากการถูกเลือกปฏิบัติ เขาเลือกที่จะแยกตัวเองออกจากกลุ่ม และเล่นเกมเพียงคนเดียวหรือที่เรียกว่า สายโซโล่ โดยเขามีฉายาว่า “บีตเตอร์” เป็นคำผสมของ “Beta Tester” และ “Cheater” เมื่อเกมผ่านมาได้ระยะหนึ่งในที่สุดคิริโตะ ก็ผูกมิตรกับ หญิงสาวคนหนึ่งชื่อ “อาสึนะ” หรือชื่อจริง “ยูกิ อาสึนะ” สร้างและพัฒนาความสัมพันธ์มาเรื่อยๆ และหลังจากนั้นก็แต่งงานกับเธอในเกม และได้ผ่านอะไรมากมายหลายอย่าง แต่เรื่องราวนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวเท่านั้น

มาแล้ว! ตัวอย่างแรก Attack on Titan ซีซั่น 4

ทำแฟนๆ แทบเก็บความตื่นเต้นแทบไม่ไหว กับตัวอย่างแรกของ Attack on Titan: The Final Season หรือ Attack on Titan ซีซั่น 4 ที่เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายกับเรื่องราวของไททันและผู้คนในโลกกำแพง ที่ในภาคสุดท้ายนี้จะเป็นบทสรุปเรื่องราวการต่อสู้อย่างยาวนานของตัวละครหลักอย่าง เอเรน พร้อมความลับของพลังไททัน

และในตัวอย่างกว่า 2 นาทีที่เพิ่งปล่อยออกมาสดๆ ร้อนๆ ก็เผยให้เห็นเรื่องราวในภาคนี้ แบบชนิดที่ว่าหากใครที่ทิ้งร้างภาคก่อนหน้านี้ไปหลายปีและมีลืมๆ ไป อาจจะโดนสปอยล์อย่างหนักได้เลย เพราะมีทั้ง Time Skip ที่ก้าวกระโดดในเรื่องและตัวละครใหม่ที่เพิ่มเข้ามา อีกทั้งยังมีภาพที่แทบจะไปถึงบทสรุปเรื่องราวของภาคสุดท้ายนี้ให้ได้เห็นกัน เรียกว่าใครที่ได้อ่านมังงะมาก่อนก็ต้องร้องเฮ้ยออกมาแน่ๆ ว่าสปอยล์ภาพกันขนาดนี้เลยเหรอ

อีกหนึ่งภาพโปสเตอร์ของซีซั่น 4 นี้ยังถูกพูดถึงไม่น้อย หากเทียบภาพจากซีซั่น 1 กับซีซั่น 4 จะเห็นการพลิกตำแหน่งตัวละครหลักอย่าง เอเรน ที่เป็นทีมสำรวจในกำแพงที่ยืนมองไททันยักษ์บุกทำลายจากซีซั่นแรก มาเป็นตัวละคร ไรเนอร์ (ที่หากใครได้ติดตามจะรู้ว่าไรเนอร์คือฝั่งที่มาบุกทำรายกำแพงในภาคแรก) ที่ยืนมอง เอเรน ในร่างไททัน กำลังพุ่งเข้าโจมตีจากตึกมุมสูง เรียกว่าเป็นการพลิกกระดาน สลับตำแหน่งภาพตัวละครที่อิมแพคต่อใจคนดูสุดๆ …ฟาดมาฟาดกลับไม่โกง! 

อย่างไรก็ตาม Attack on Titan: The Final Season มีกำหนดเข้าฉายที่ญี่ปุ่นช่วงเดือน ตุลาคมนี้ ส่วนแฟนชาวไทยก็รอติดตามกันว่าจะได้ดูกันช่องทางไหน และหากใครที่อยากไปรื้อฟื้นเรื่องราวตั้งแต่ภาคแรกยันภาคล่าสุด (1-3Pt.2) ก็เข้าไปดูได้ที่ Netflix เลยจ้า

ซอยด์ หุ่นรบไดโนเสาร์ เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับหุ่นยนต์ไดโนเสาร์

เนื้อเรื่อง

ซอยด์ ฉบับอนิเมะที่ฉายทางโทรทัศน์นั้น มีทั้งหมด 4เรื่องด้วยกัน โดยเนื้อหาทั้ง4เรื่อง เกิดขึ้นที่ดาวZi(ซี) แต่มีระยะห่างของเวลาที่ต่างกันขึ้นอยู่กับเนื้อหาของเรื่องจนดูเหมือนกับเป็นโลกคู่ขนานเสียมากกว่าซอยด์ทั้ง4เรื่อง ประกอบไปด้วย

ซอยด์ -ZOIDS-  ฉายในวันที่ 4 กันยายนค.ศ. 1999 – 23 ธันวาคมค.ศ. 2000 จำนวนตอนทั้งหมด 67 ตอนบันเป็นเด็กหนุ่มที่ชื่นชอบซอยด์เป็นชีวิตจิตใจ วันหนึ่งเขาได้พบกับเด็กสาวที่ชื่อฟีเน่ และโอกานอย์ที่มีชื่อว่าจีค บันและพรรคพวกได้ออกเดินทางเพื่อตามหาอดีตของฟีเน่ และได้พบกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย และเมื่อบันอายุ 18 แล้วและเข้าเป็นทหาร เขาได้พบกับศัตรูคนใหม่ซึ่งเป็นคนจากเผ่าซอยด์ นอกจากนั้นยังจะได้รู้เรื่องอดีตของฟีเน่ และยังมีศัตรูเก่าอย่างเรวินโผล่มาช่วยสร้างความวุ่นวายด้วย

ซอยด์ ซินเซย์คิ /ซีโร่  หรือมีอีกชื่อว่า Zoids Chaotic Century) ฉายในวันที่ 6 มกราคมค.ศ. 2001 – 30 มีนาคมค.ศ. 2001 จำนวนตอนทั้งหมด 26 ตอนบิท คลาวค์ มีอาชีพเก็บของขาย วันหนึ่งมีเหตุบังเอิญให้เขาต้องขึ้นขับซอยด์ที่มีชื่อว่า ไลเกอร์ ซีโร่ (liger zero) ซอยด์รุ่น RZ-041 ซึ่งเป็นซอยด์พิเศษที่องค์กรลึกลับแบ็คราฟต้องการ เขาต้องต่อสู้เพื่อปกป้องซอยด์และเพื่อความฝันของตัวเอง

ซอยด์ ฟิวเซอร์ส  ฉายในวันที่ 4 ตุลาคมค.ศ. 2003 – 27 ธันวาคมค.ศ. 2003 จำนวนตอนทั้งหมด 26 ตอนRD เด็กหนุ่มจากเมืองบูลซิตตี่ (Blue city) เป็น Zi fighter สมาชิกกลุ่ม Mach Storm เขาขับซอยด์ ” ไลเกอร์ ซีโร่ (liger zero)” ชื่นชอบการต่อสู้โดยซอยด์เป็นชีวิตจิตใจ และเขาก็ใฝ่ฝันอยากหาค้นหาซอยด์ในตำนาน ตามที่สัญญาไว้กับพ่อของเขา และต้องต่อสู้กับพวกคู่แข่งมากมาย เพื่อศักดิ์ศรีกลุ่มของ RD และต้องสู้กับคู่แข่งที่เป็นคู่ปรับกันมาตลอด นั้นก็คือ Blake กลุ่มสมาชิก Savage Hammer นักขับซอยด์”เบอร์เซิร์ก ฟิวรี่ ” (Berserk Fury)ที่เก่งกาจแต่มาวันหนึ่ง RD กับกลุ่ม ได้มาเจอกับ Zi Unison คือ เป็นการรวมร่างชอยด์ตัวหลักของ Zi fighter และซอยด์ของอีกตัวหนึ่ง

เมื่อรวมร่างแล้วทำให้เกิดพลังโจมตีเพิ่มขึ้น ในการต่อสู้นั้นทำให้ RD ได้มาเจอกับซอยด์ Zi Partner ที่ชื่อว่า Fire Phoenix และได้ Fire Phoenix Zi partner เมื่อนำมารวมร่าง liger Zero แล้ว กลายเป็น Liger zero Phoenixเมื่อ RD ได้ Fire Phonenix ทำให้เกิดเรื่องต่างมากมาย และทำให้มีช่วงการต่อสู้ที่สำคัญที่เกิดขึ้นกับ RD กลุ่มของ RD และทุกคนที่ RD ที่รู้จัก จนช่วงหนึ่ง Blake ได้รับ Zoids ตัวใหม่ ที่มีชื่อว่า

ไกริวคิ (Gairyuki) แทน (Berserk Fury) เมื่อมาสู้กับ RD แล้ว Blake เป็นฝ่ายชนะ และได้ทำลาย Fire Phoenix ทำให้ RD ต้องเสีย Fire Phoenix ไปช่วงต่อมาหลังจากที่ RD ต้องเสีย Fire Phoenix ให้กับ Blade แล้วจู่ๆ RD ได้มาพบเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ชื่อว่า Venus ซึ่งเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นคนนำพา RD ให้มาพบกับ Zi Partner ตัวใหม่ของเขาที่มีชื่อว่า Jet Falcon เมื่อนำมารวมร่างกับ Liger Zero กลายเป็น Liger Zero Falcon เมื่อ Blade มาสู้กับ RD แล้ว RD แล้วเป็นฝ่ายชนะ และ RD ก็กลับมาสู้ได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ว่า RD ยังไม่รู้เลยว่ามีคนหนึ่งคิดวางแผนจะพยายามยึดเมือง Blue city และกำจัด Zi Fighter ให้หมด แล้วยึดครองดาว Zi เป็นของตน ดังนั้น อาร์ดีจะต้องต่อสู้กับศัตรูคนนั้น เพื่อปกป้องเมืองของเขา ก่อนที่มันจะยึดครอง เมือง Blue city ได้สำเร็จ

ซอยด์ เจเนซิส  ฉายในวันที่ 10 เมษายนค.ศ. 2005 – 3 มีนาคมค.ศ. 2006 จำนวนตอนทั้งหมด 50 ตอนรูจิ แฟมิล่อน เด็กชายจากหมู่บ้านมิโรโดะซึ่งอยู่ติดกับทะเล มีความชำนาญในการดำน้ำเป็นเลิศ แต่ไม่สามารถบังซอยด์ได้ อาสาเพื่อดำลงไปงมหุ่นซอยด์พันธ์ไลเกอร์ขนาดใหญ่ใต้ทะเลลึก และต่อมามีเหตุบังเอิญเกิดขึ้นเมื่อกองทัพ “ดีกัล” กองทัพที่ใช้หุ่นซอยด์ที่เรียกว่า “ไบโอซอยด์ (หุ่นรบที่สร้างโดยใช้ต้นแบบฟอสซิลและดัดแปลงเป็นอาวุธชีวภาพทำลายศัตรู กระสุนหรือเลเซอร์ก็ยิงไม่เข้า ซึ่งอาวุธที่สามารถทำลายได้คืออาวุธ ประเภท ลีโอ เท่านั้น) เข้าโจมตีหมู่บ้านของรูจิ ทำให้รูจิจึงคิดจะเข้าไปบังคับหุ่นซอยด์ที่งมมาได้ และเมื่อลูจิขึ้นบังคับ หุ่นซอยด์ก็ได้รวมร่างเข้ากับดาบขนาดยักษ์ประจำหมู่บ้านมิโรโดะ

ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นที่เคารพบรรพบุรุษ จึงได้มีชื่อเรียกว่า “มุราซาเมะ ไลเกอร์ เป็นซอยด์ขนาดใหญ่สีฟ้ามีดาบติดอยู่บนหลังของมุราซาเมะไลเกอร์ จากการต่อสู้กับพวกไบโอซอยด์ของกลุ่มดีกัล ขณะที่รูจิกำลังเสียท่าอยู่นั้นก็มีนักบังคับซอยด์ ซึ่งมีชื่อว่า รากัน ผู้บังคับ เขี้ยวหมาป่าสีแดง (SWORD WOLF) ซอยด์รุ่น GZ-007)และ เรมี่เด็กสาว ผู้บังคับ แลนสแต็กซอยด์รุ่น GZ-012) เข้ามาช่วยไว้ และต่อมาจากการต่อสู้ระหว่าง “ไซริน ผู้พันผู้บังคับหุ่นไบโอซอยด์ที่ซื่อ ไบโอเมกกะแรปเตอร์และรูจิ ทำให้เครื่องก่อกำเนิดพลังงานประจำหมู่บ้านมิโรโดะเสียหาย ซึ่งทำให้ไม่สามารถผลิต “เรกเกล(Regel)” ซึ่งเป็นพลังงานและเชื้อเพลิงสำหรับหุ่นซอยด์ทุกตัวเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน และนอกจากนี้ยังทำให้สภาพแวดล้อมในหมู่บ้านย่ำแย่ลง ด้วยความรับผิดชอบ รูจิ จึงได้ออกเดินทางพร้อมกับ รากัน และ เรมี่ เพื่อตามหาช่าง ที่จะมาซ่อมเครื่องกำเนิดพลังงานของหมู่บ้าน

และการเดินทางตามหาช่างซ่อมเครื่องกำเนิดพลังงาน ทำให้รูจิพบกับเพื่อนพ้องร่วมทาง อีกมากมายคือ#โคโตนะ เอเลกานเซ่ ผู้บังคับหุ่นซอยด์บินได้ ชื่อว่า นกสีรุ้ง (Rainbow Jerk ซอยด์รุ่น GZ-011)มากจากหมู่บ้านบุผผาเหล็ก#การาก้าหัวหน้ากลุ่มโจรต่อต้าน ดีกัล ผู้บังคับหุ่นซอยด์ ที่มีชื่อว่า คองเดนตาย (Deadly Kong ซอยด์รุ่น GZ-014)#รอน (Ron)ที่ปรึกษาและผู้วางแผนการรบของกลุ่มโจรต่อต้าน ดีกัล บังคับหุ่นซอยด์ที่มีชื่อว่า แบมบูเรี่ยน  ซอยด์รุ่น GZ-o13) ซึ่งความจริงแล้วคือ คนที่มาจาก “โซร่า (Sora City)” เมืองลอยฟ้า#เซจูโร่ อดีตแชมป์ ซอยด์แบทเทิ้ล ผู้บังคับหุ่นซอยด์ ที่มีชื่อว่า หัวใจเสือ (Soul Tiger ซอยด์รุ่น GZ-008)และจากการเดินทางเพื่อตามหาช่างซ่อมเครื่องก่อพลัง ตามสถานที่ต่างๆ ทำให้รูจิ ได้รู้ว่า สิ่งแรกที่เขาควรทำคือ สิ่งใด และ ศัตรูที่แท้จริงของเขาคือ ใคร

อายชีลด์ 21 ไอ้หนูไต้ฝุ่นมะกันบอลเป็นอนิเมะ แนว กีฬา

เนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องของการ์ตูนเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ โคบายาคาวา เซนะ เด็กนักเรียนมัธยมปลายปีหนึ่งของโรงเรียนเดมอน มีนิสัยขี้แหย อ่อนแอ ไม่กล้าขัดใจคนอื่น ความทรงจำตั้งแต่เด็กคือการเป็นลูกน้องของเด็กๆในวัยเดียวกันมาตลอด ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา เซนะถูกใช้ให้ไปซื้อของ ใช้ให้ถือของไปส่ง จนกลายเป็นว่าเขาได้พัฒนาการวิ่งของตนเองจนเข้าขั้นนักวิ่งแข้งทองโดยที่แม้แต่ตนเองก็ยังไม่รู้ มีเพียง ฮิรุม่า โยอิจิ ประธานชมรมอเมริกันฟุตบอลผู้ชั่วร้ายได้ไปเจอเข้าและจัดการลักพาตัวเซนะมาแต่งองค์ทรงเครื่องซะใหม่ในชุดเบอร์ 21 และสวมอายชิลด์ (กระบังตา) ปลอมตัวให้เสร็จสรรพ และตั้งชื่อ “อายชิลด์ 21” เด็กนักเรียนสุดอ่อนแอจึงได้กลายเป็นฮีโร่ของอเมริกันฟุตบอลในเวลาต่อมาในตำแหน่งรันนิ่งแบ็ค

ในช่วงแรกเซนะปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนในทีมในฐานะผู้ดูแลทีมอเมริกันฟุตบอลโรงเรียนเดมอนสลับกับการเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอล โดยเริ่มแข่งครั้งแรกในการแข่งขันในฤดูใบไม้ผลิโดยหวังว่าจะเป็นอาวุธลับของทีม แต่สุดท้ายก็มาเจอทีมแกร่งอย่างโอโจไวท์ไนท์ที่พ้นยุคทองของทีมไปแล้ว แต่ก็ยังมีการพัฒนาฝีมืออย่างไม่หยุดนิ่ง และนั่นเป็นครั้งแรกที่เซนะได้พบกับไลน์แบ็คเกอร์ที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์อย่าง ชิน เซย์จูโร่ โดยผลการแข่งขันทีมโรงเรียนเดมอนพ่ายแพ้ไปในที่สุด

หลังจากพ่ายแพ้ไปในการแข่งขันฤดูใบไม้ผลิไปแล้ว ทีมโรงเรียนเดมอนได้เตรียมตัวเพื่อแข่งขันในฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเป็นการแข่งขันที่สำคัญที่สุดเพราะทีมที่ชนะจะได้ไปแข่งขันในศึก “คริสต์มาสโบว์ล” กับทีมที่ชนะในเขตคันไซ ฮิรุม่า คุริตะ และเซนะได้ค่อยๆสร้างทีมเดมอนทีละเล็กละน้อย โดยมีรีซีฟเวอร์อย่าง ไรมอน ทาโร่ หรือมอนตะ อดีตนักกีฬาเบสบอลที่ถนัดแค่การรับลูกเพียงอย่างเดียว คิกเกอร์ที่ก่อตั้งมากับพวกฮิรุม่าอย่าง ทาเคคุระ เก็น หรือ มุซาชิ ไลน์อย่างสามพี่น้อง หา หาประกอบด้วย จูมอนจิ คาซึกิ, คุโรกิ โคจิ และโทงาโน่ โชโซ กับ โคมุซึบิ ไดคิจิ ที่มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของคุริตะ ยูคิมิสึ มานาบุ ที่ไม่เก่งกีฬาแต่ถนัดเรื่องการวางแผนและการมองแผนการเล่นของฝ่ายตรงข้าม ทาคิ นัตสึฮิโกะ ที่เป็นตัวไทเอนด์ พร้อมกับน้องสาวอย่าง ทาคิ สึซึนะ ที่เป็นกัปตันเชียร์ลีดเดอร์ของทีม รวมทั้งอิชิมารุ เท็ตสึโอะที่ควบสองชมรม และนอกจากนี้ยังมีตัวช่วยจากชมรมบาสที่ถูกฮิรุม่าข่มขู่มาอย่าง ยามาโอกะ เคนตะ กับ ซาทาเกะ โยเฮ และจากชมรมซูโม่อย่าง โอมาซาดาเกะ ฟูโตชิ และมีเทรนเนอร์ที่เคยเป็นอาจารย์ของพวกฮิรุม่าสมัยมัธยมต้นอย่าง โดบุโรคุ ซาคากิ รวมทั้งผู้จัดการทีม อาเนซาคิ มาโมริ ที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเซนะที่แก่กว่าเซนะหนึ่งปี ในศึกการแข่งขันกับโรงเรียนเทย์โคคุ เดมอนได้รับการฝึกสอนจากทีมออลสตาร์ แมนทูแมน คือเซนะสอนโดยชิน เซจูโร่ คุริตะ= กาโอ มอนตะ = อิ๊กคิว ยูคิมิตสึ = เท็ตสึมา ทาคิ=อาคาบะ อิชิมารุ=ริคุ โคะมุซึบิ=โอทาวาระ จูมอนจิ=คาเคอิ คุโรกิ=มิซึมาจิ โทงาโน่=บัมบ้า แล้วจึงเริ่มการฝึกสุดโหดจากโค้ชแมนทูแมน โดยที่ทุกคนทุ่มเต็มที่กับการฝึก แต่มอนตะซึ่งคิดถึงคุณฮอนโจคนที่ซึ่งเคารพ ต้องมาแข่งกับตัวเองโดยไม่ได้แข่งกับฮอนโจ มาซารุ แต่แข่งกับลูกของเขา ฮอนโจ ทากะ มอนตะจึงได้บอกกับฮิรุม่าโดยส่งอีเมลล์โดยจะขอออกจากทีม เผอิญว่าเซนะรู้เรื่องนี้จึงไปตามมอนตะ แล้วจึงคุยกัน แต่ทว่าระหว่างที่พูดเซนะเผลอไปทำถุงมือที่คุณฮอนโจ มาซารุให้กับมอนตะตกลงไปที่ใต้สะพานแล้วรถบรรทุกก็เหยียบถุงมือนั่นจนยับเยิน มอนตะจึงต่อยเซนะแล้วมอนตะจึงโกรธเซนะไปพักหนึ่ง แต่เซนะเป็นคนรักเพื่อนจึงวิ่งตระเวนหาถุงมือคนที่เคยแข่งกับมอนตะมาทั้งหมดแม้คนนั้นจะอยู่ที่ไหนก็ตาม มอนตะจึงคิดได้แล้วขอบคุณเซนะ แล้วโยนถุงมือที่คุณฮอนโจ มาซารุให้มาลงทะเลเพื่อที่ตัวเองจะได้สู้กับลูกของเขาฮอนโจทากะได้อย่างเต็มที่และก็จะเหนือกว่าเขาให้ได้

ทีมชาติญี่ปุ่นและทีมชาติอเมริกา ได้รับรางวัลชนะเลิศร่วมกัน แต่ทั้งสองทีมได้ดำเนินการแข่งต่อเวลาเองโดยพลการ ผลการแข่งนั้นไม่มีการเปิดเผย และแพนเธอร์จากทีมชาติสหรัฐได้รับเลือกเป็น MVP ของการแข่งในภายหลัง

เซนต์เซย์ย่า โอเมก้า เป็นอนิเมะทีวีซีรีส์เซนต์เซย์ย่า

เนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องของภาคนี้เป็นอนาคตแบบหนึ่งของภาคหลักเท่านั้น เป็นอีกจักรวาลหนึ่งของเซย์ย่าที่เริ่มนับจากหนึ่งใหม่หมด เรื่องราวกล่าวถึงเหตุการณ์ต่อจากภาคหลักในอีก 13 ปีให้หลัง ดำเนินเรื่องโดยตัวเอกคือ เพกาซัส โคกะ และตัวละครชุดใหม่เกือบทั้งหมด แต่ก็ยังมีตัวละครจากภาคหลักมาปรากฏตัวเป็นตำนานของเซนต์

ตัวละครหลัก

เพกาซัส โคกะ เด็กหนุ่มอายุ 13 ปี ผู้ซึ่งได้รับเพกาซัสคลอธ ต่อจากเซย์ย่าที่หายสาปสูญในระหว่างการต่อสู้กับมาร์ส มีนิสัยอ่อนโยน บางครั้งทำให้ดูเหมือนไม่สู้คน แต่เมื่อตกอยู่ในสภาวะขับคัน เขาสามารถเร่งพลังคอสโมได้อย่างปาฎิหารย์

ดราก้อน ริวโฮ เด็กหนุ่มอายุ 12 ปี ลูกชายของดราก้อนชิริว และ ชุนเรย์ ในวัยเด็ก ริวโฮได้ฝึกวิชากับชิริวที่น้ำตกโกโรโฮ และเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเซนต์ พาเลสตร้า ริวโฮ เป็นเซนต์ที่มีความสามารถสูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกัน ทว่าเขาต้องทนทุกข์กับปัญหาสุขภาพของตนที่เป็นตัวจำกัดความสามารถของเขา

ไลโอเน็ต โซมะ เด็กหนุ่มอายุ14 ปี เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับโคกะ เป็นเพื่อนคนแรกของโคกะเมื่อครั่งที่โคกะเดินทางมายังพาเลสตร้า มีนิสัยร่าเริง ใจร้อนโซมะ มักสนิทสนมกับบรอนซ์เซนต์รุ่นก่อนอย่าง ยูนิคอร์น จาบุ หรือแม้แต่ แบร์ เงคิ โดยนับถือบรอนซ์เซนต์รุ่นก่อนเสมือนอาจารย์และรุ่นพี่ที่เคารพ

อคิวลา ยูนะ เด็กสาวอายุ 13 ปี สาวน้อยผู้มีเป้าหมายจะเป็นเซนต์ที่เก่งกาจ ในวัยเด็กเธอได้รับการเลี้ยงดูและฝึกฝนโดย ซิลเวอร์เซนต์ พิค๊อก พาร์วิล แต่รู้สึกสับสนในกฎของเซนต์หญิงที่ต้องสวมหน้ากาก หลังจากได้พบกับโคกะจึงตัดสินใจเลิกที่จะสวมหน้ากาก

วูลฟ์ ฮารุโตะ เด็กหนุ่มอายุ 13 ปี บรอนซ์เซนต์ผู้ได้รับฉายา นินจาเซนต์ เนื่องจากการผสานศาสตร์ของนินจาเข้ากับวิชาการต้อสู้ของเซนต์ จนกลายเป็นรูปแบบการต่อสู้เฉพาะตัว

โอไรออน เอเดน เด็กหนุ่มอายุ 15 ปี ผู้เชื่อมั่นในพลังของตน และไม่ใส่ใจในผู้อ่อนแอ เอเดน เป็นเซนต์ผู้แข็งแกร่งและมีพลังในระดับที่อาจารย์ของเขาอย่างโกลด์เซนต์ เลโอ มิเคเน่ ยังบอกว่าก้าวข้ามระดับบรอนซ์เซนต์ไปแล้ว อนึ่งเขาเป็นลูกชายของมาร์สและน้องชายของ ฮอร์เน็ต โซเนีย

อาเรีย เด็กสาวลึกลับผู้มีพลังคอสโม่แห่งแสงสว่าง แท้จริงแล้วเธอคือทารกหญิงที่อยู่ในหมู่บ้านบริเวณที่เกิดศึกระหว่างพวกเซย์ย่ากับมาร์สเมื่อ 13 ปีก่อน ในเหตุการณ์นั้นเธอรอดชีวิตมาได้เพราะซาโอริเข้าช่วย และได้รับพลังคอสโม่ของอาเธน่าไปในตอนนั้นนั่นเอง แต่ก็ถูกมาร์สลักพาตัวไปชุบเลี้ยงเพื่อใช้เป็นเครื่องมือ อาเรียปรากฏตัวครั้งแรกโดยที่โคกะนึกว่าเธอเป็นอาเธน่า และทำให้โคกะได้รู้ว่าเธอถูกมาร์สใช้เป็นเครื่องมือในแผนการของตัวเอง พวกโคกะจึงจึงตัดสินใจเข้าช่วยเหลือเธออกมาเงื้อมมือของมาร์ส อาเรียได้บอกถึงแผนการของมาร์สที่สร้างโบราณสถานที่รวบรวมคอสโม่ธาตุต่างๆจากทั่วโลก เพื่อแผนการของตัวเอง และการจะทำลายโบราณสถานเหล่านั้นได้ จำเป็นต้องมีพลังของอาเรียด้วย เธอจึงตัดสินใจเดินทางไปกับพวกเขา และทำให้พวกเขาต้องโดนไล่ล่าจากสมุนของมาร์ส รวมทั้งเซนต์ที่แปรพักต์ด้วย ในช่วงแรกอาเรียเป็นเด็กสาวที่อ่อนต่อโลก ไร้เดียงสา และค่อนข้างหวาดกลัวรอบข้าง แต่เมื่อได้เผชิญกับสิ่งต่างๆมากขึ้น จึงทำให้เธอเปิดใจ และกลายเป็นคนร่าเริงขึ้นมาก แต่ไม่นานเธอก็ถูกเอเดนพาตัวกลับไป การกลับไปครั้งนั้นเป็นชนวนทำให้เอเดนเริ่มคลางแคลงใจในตัวมาร์สมากขึ้น และเธอได้ขอร้องให้เอเดนพาไปยังโบราณสถานอัสนี และการพบกันของโคกะและอาเรีย ณ ที่นั่น ทำให้พวกเซนต์ถูกพาไปยังโบราณสถานอนธกาล ที่ๆทำให้ทุกคนต้องรับการทดสอบด้านจิตใจด้านลบของพวกตัวเอง อาเรียช่วยให้โคกะข้ามพ้นวิกฤติมาได้ แต่จู่ๆมาร์สก็ปรากฏตัวขึ้น และเข้าช่วงชิงพลังคอสโม่ของอาเรีย พวกโควงะเข้าปกป้อง และอาเรียก็ได้พลังจากคริสตัลธาตุต่างๆหลอมเป็นคฑาเข้าสู้กับมาร์ส แต่ก็พ่ายแพ้ และถูกมาร์สดูดพลังคอสโม่ชีวิตของเธอไปจนหมด อาเรียได้อำลาและฝากฝังความต้องการสุดท้ายของเธอ ก่อนจะใช้พลังสุดท้ายส่งพวกโคกะไปยังหอคอยบาเบลเพื่อขัดขวางแผนการของมาร์ส และในช่วงศึกสิบสองปราสาท ความนึกคิดสุดท้ายของอาเรียมีส่วนสำคัญทำให้เอเดนหันหน้าเข้าสู้กับมาร์ส และภายหลังจบศึก วิญญาณของอาเรียปรากฏตัวเพื่อกล่าวขอบคุณโคกะเป็นครั้งสุดท้าย

สึบารุ ตัวละครใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้าในกลุ่มตัวเอกในซีซั่นสอง ปรากฏตัวครั้งแรกโดยท้าสู้กับโควกะและช่วยโควกะสู้กับทารูวัลและคอยติดตามโควกะ ก่อนจะรับคล็อธเออคิวเลอุสและลกายเป็นเซนต์อย่างเต็มตัวมีความฝันอยากจะเป็นพระเจ้า ภายหลังถูกยูโรป้าล่อล่วงจนทำให้กลับไปเป็นเทพนามแซนเทิร์น

พัลลัส อธีน่า พัลลัสคือเทพธิดาตามปกรณัมของกรีกโบราณ พัลลัส ปรากฏตัวภายหลังจบศึกการต่อสู้กับเทพแห่งความมืดอาพุส ในร่างของเด็กผู้หญิงผิวคล้ำ โดยที่ซาโอริมีนิมิตว่านางจะเป็นผู้นำสงครามและความวุ่นวายครั้งใหม่มาสู่โลก จึงให้เซย์ย่านำกริชทองคำไปสังหารนางเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม แต่สุดท้ายเซย์ย่าก็ตัดใจทำไม่ได้ และนางก็ถูกไททันที่ปรากฏตัวพาไป พัลลัสใช้วงแหวนพันธะที่ปรากฏขึ้นบนแขนซ้ายของตน คอยดูดพลังชีวิตจากซาโอริอยู่เรื่อยๆ เพื่อกลับสู่ร่างสมบูรณ์ของตนเอง ซึ่งวงแหวนนี้จะคอยดูดพลังชีวิตของเธอไปจนหมด ระยะเวลาที่เป็นเส้นตายนั้นคือเวลาหนึ่งปี ปัจจุบันพาลลัสยังอยู่ในความคุ้มครองของพวกพาราไซท์ เป้าหมายของนางคือการกำจัดมนุษย์ให้หมด เพื่อให้ความรักของอาเธน่านั้นมีแก่ตนเพียงผู้เดียว และได้อยู่ด้วยกันดั่งเช่นสมัยเทพนิยาย หลังจากพ่ายแพ้ให้กับอาเธน่าก็ได้ปรับความเข้าใจกัน จนสามารถกลับมาคืนดีกันได้ แต่ก็ถูกยูโรป้าปรากฏตัวขึ้นมาและช่วงชิงพลังคอสโม่เพื่อคืนชีพให้แก่แซทเทิร์นไปเสียก่อน หลังจากสงครามยุติ พาลลัสได้ออกเดินทางพร้อมกับไททันด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและบ่มเพาะผู้คนด้วยความรัก พร้อมสร้างอนาคตไปกับพวกเขา

“กันดั้มบิลด์ไฟท์เตอร์ไทร์” แนว แอคชั่น, หุ่นยนต์, ตลก

เรื่องย่อ ในซีซั่นที่สอง 7 ปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก บ.ยาจิม่าเทรดดิ้ง ได้เทคโอเวอร์ PPSE ทำให้ได้สิทธิ์ต่างๆเกี่ยวกับการจัดแข่งกันพลาแบทเทิลมาและได้เปลี่ยนแปลงกฎกติกาต่างๆหลายอย่าง และยังทำให้ความนิยมในการแข่งขันนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

แต่ว่าที่ชมรมกันพลาแบทเทิลของโรงเรียน เซย์โฮ ของ อิโอริ เซย์ แชมป์การแข่งขันในครั้งที่ 7 กลับตกอยู่ในภาวะวิกฤต เมื่อเหลือสมาชิกเป็นเด็กมัธยมต้นเพียงคนเดียวคือ ประธานชมรม โฮชิโนะ ฟุมินะ ซึ่งในสถานการณ์นี้ไม่ทีทางที่ชมรมจะสามารถเตรียมตัวเข้าแข่งขันทั้งในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายได้

ทว่า ฟุมินะ ได้พบกับนักเรียนใหม่ผู้ชำนาญศิลปะการต่อสู้ คามิคิ เซไค ที่กำลังเดินทางฝึกวิชาร่วมกับอาจารย์ของเขา พร้อมด้วยกันพลาบิลด์เดอร์ โคซากะ ยูมะ พวกเขาทั้ง 3 คนได้รวมทีมกันในชื่อ “Try Fighters” เพื่อที่จะเข้าชิงชัยในการต่อสู้ครั้งใหม่นี้

แขนกล คนแปรธาตุ: บราเธอร์ฮูดเป็นอนิเมะที่ดัดแปลงเนื้อเรื่องมาจากมังงะ

เนื้อเรื่อง

เอ็ดเวิร์ด และ อัลฟองเซ เอลริค สองพี่น้องตระกูลเอลริค ต้องสูญเสียแม่ที่รักไปอย่างกะทันหันด้วยโรคระบาด ทั้งคู่จึงตัดสินใจใช้วิชาแปรธาตุในการ “ชุบชีวิตมนุษย์” ซึ่งถือเป็นวิชาต้องห้ามของการเล่นแร่แปรธาตุ เพื่อคืนชีวิตให้กับแม่ของตน แต่ด้วยสัจจะของโลกแล้วไม่สามารถสร้างชีวิตขึ้นมากจากความว่างเปล่าได้ เอ็ดและอัลต้องจ่ายค่าผ่านทางในการรับรู้แก่นแท้โดยแลกด้วยร่างกาย เอ็ดจ่ายด้วยขา ส่วนอัลจ่ายด้วยร่างกายทั้งหมด เมื่อกลับขึ้นมากจากประตูสัจจะเอ็ดพบว่าร่างของน้องชายหายไปทั้งหมด จึงจ่ายด้วยแขนและดึงวิญญาณของน้องชายผนึกไว้ในชุดเกราะด้วยตราวงแหวนเลือด

พันเอก รอย มัสแตง แห่งกองทัพทราบเรื่องเห็นว่าเอ็ดมีฝีมือถึงขนาดสามารถผนึกวิญญาณได้ จึงเสนอให้เอ็ดเข้าเป็น “นักเล่นแร่แปรธาตุของทางการ” เพื่อที่เอ็ดจะได้รับสิทธิต่างๆจากทางการ และเป็นการสะดวกยิ่งขึ้นในการหาวิธีกลับเป็นเหมือนเดิม เอ็ดได้ตอบตกลงเข้านักเล่นแร่แปรธาตุของทางการ ได้ฉายาว่า นักเล่นแร่แปรธาตุเหล็กไหล จากการที่เขาสามารถใช้วิชาแปรธาตุได้โดยไม่ต้องใช้วงแหวนแปรธาตุ และเริ่มออกตามหาศิลานักปราชญ์ เป็นศิลาวิเศษณ์ที่ทำให้สามารถใช้พลังการแปรธาตุที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนที่ทัดเทียม

ไทรกัน มือปืนสะท้านจักรวาล

เรื่องย่อ หนึ่งในอนิเมะตะวันตกที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยคุณภาพของอนิเมะเรื่องนี้ดีจนไม่อยากเชื่อว่าถูกส้างในยุค 90 โดยเรื่องราวของอนิเมะเรื่องนี้จะพูดถึง วาซ เดอะ สแตมปี๊ด มือปืนเจ้าของฉายาใต้ฝุ่นมนุษย์ ผู้มีค่าหัว 6 หมื่นล้าน ออกเดินทางเพื่อทิ้งอดีตของตนเอง แต่สุดท้ายแล้วโชชคชะตาก็กลับเล่นตลกทำให้วาซต้องกลับเข้าสู่หนทางแห่งการทำลายล้างอีกครั้ง