ชาวญี่ปุ่นทำสรุปตอบคำถาม ว่าทำไมพระเอกถึงขับ Gundam ได้ทันที!?

สำหรับแฟนคลับ Gundam ขาจรหรือคนที่ดูบ้างไม่ดูบ้าง คงจะรู้สึกสงสัยและมีคำถามแทบทุกภาค ว่าพระเอกในซีรีส์ Gundam ทำไมจู่ ๆ ถึงขึ้นไปขับหุ่นได้เลย ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีฉากตอนซ้อมหรือฝึกขับมาก่อน ถึงจะเป็นแฟน Gundam แต่บางคนก็อาจจะยังสงสัยในคำถามนี้ ซึ่งคำตอบนั้นก็มีอยู่ในเรื่อง เพียงแต่หลายคนอาจจะมองข้ามในส่วนนั้นไปนั่นเอง

ล่าสุดก็ได้มีผู้ใช้ Twitter ที่ชื่อว่า @heikayuuji ได้ทำรูปสรุปว่าพระเอกแต่ละภาคทำไมถึงขับ Gundam ได้ทันทีขึ้นมา ซึ่งจะเป็นการรวมเหล่าพระเอกจากซีรีส์ Gundam ในจักรวาล Universal Century

แต่ละคนจะมีความเป็นมายังไงนั้นไปชมกันเลย!

Kamille Bidan: เคยลงแข่งขัน Junior MS สมัยเด็กและทำผลงานได้ยอดเยี่ยม อีกทั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมดีที่ทำให้ฝึกบังคับ Mobile Suit ได้

Judau Ashta: เนื่องจากต้องเลี้ยงชีพด้วยการเป็นคนเก็บเศษเหล็ก ทำให้มีสกิลการขับ Mobile Suit เครื่องเล็ก

Seabook Arno: เคยเป็นนักเรียนสายอุตสาหกรรมใน Frontier 4 และมีประสบการณ์จริงในการขับ Space Boat กับงานนอกเรือในอวกาศ ส่วนฉบับมังงะมีประสบการ์ขับ Simulation ของ Jegan และน่าจะมีสกิลการขับ MS พื้นฐานพอประมาณจากหลักสูตรของโรงเรียน

Banagher Links: มีทักษะการขับ MS ในฐานะนักเรียนของโรงเรียน Anaheim อีกทั้งยังมีประสบการณ์ช่ำชองในการขับ Torohachi

Shiro Amada, Kou Uraki, Yona Basta: เนื่องจากตอนเริ่มเรื่องทำงานเป็นทหาร ทำให้มีการฝึกฝนบังคับ MS เป็นประจำ

Hathaway Noa: เคยฝึกพื้นฐานการขับจาก Simulator ของ Jegan ตอน Char’s counterattack หลังจากนั้นก็ได้ขับออกรบจริง ๆ นอกจากนี้ก่อนจะถึงภาค Hathaway’s Flash น่าจะมีความเป็นไปได้ที่ฝึกขับ MS บ้าง

Usso Irvin: ตั้งแต่ที่จำความได้ก็มีการฝึกกับพ่อแม่ในฐานะ “คนพิเศษ” ที่ต้องมีสกิลการเอาตัวรอด ต่อสู้ และการขับ MS

Amuro Ray: อ่านคู่มือ!

เปิดเผยข้อมูลใหม่ The Detective is Already Dead

The Detective is Already Dead หรือนักสืบตายแล้ว อีกหนึ่งนิยายดีกรีรางวัลยอดเยี่ยมที่มีการทำเป็นอนิเมะฉายไปหมาด ๆ หลังจากห่างหายไปนานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2021 ที่มีการวางจำหน่ายฉบับนิยายเล่มที่ 6 ล่าสุดทาง Twitter อย่างเป็นทางการของฉบับอนิเมะก็ได้มีการเตรียมประกาศข้อมูลใหม่ในสัปดาห์หน้าที่จะถึงแล้ว!? “ต้องขอโทษที่รอนานหลังจากวางจำหน่ายนักสืบตายแล้วเล่มที่ 6 ไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา…! ในสัปดาห์หน้าจะมีการปล่อยข้อมูลให้ทุกท่านที่กำลังรอคอย! ขอให้รอติดตามกันให้ดีนะ!!!!!”

Tantei wa mou, Shindeiru เดิมเป็นนิยายไลท์โนเวลแนวสืบสวนโรแมนติกคอเมดี้ของ Nigojuu และวาดภาพประกอบโดย Umibouzu ที่มีการตีพิมพ์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2019 โดยมีฉบับรวมเล่มทั้งหมด 4 เล่ม นอกจากนี้ยังมีการตีพิมพ์เป็นฉบับมังงะในนิตยสาร Comic Alive รายเดือนที่วาดโดย Mugiko รวมถึงภาค Spin-Off อย่าง –the lost memory- ด้วย

เรื่องราวของ Kimitsuka Kimihiko ชายหนุ่มผู้ที่ได้กลายเป็นผู้ช่วยของนักสืบปริศนา Siesta จากเหตุการณ์ปล้นเครื่องบินเมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่ง Kimihiko กับ Siesta ก็ได้ร่วมมือกันผจญภัยต่อสู้กับองค์กรลับต่าง ๆ แต่เรื่องราวทั้งหมดก็ต้องจบลงเมื่อ Siesta ได้ตายจากเขาไป หลังจากนั้น Kimihiko ก็ได้พยายามทำตัวให้เป็นปกติอย่างการเป็นนักเรียนม.ปลายสุดน่าเบื่อ แต่ทุกย่างมันไม่ง่ายเลย แม้ว่านักสืบคนนั้นจะตายไปแล้ว

ผู้เขียน Hunter x Hunter กลายเป็นนักวาดมังงะที่มีคนตามมากที่สุดบน Twitter

หลังจากที่ช่วงสัปดาห์ก่อนได้มีข่าวชวนฮือฮาเมื่อ อ. Togashi Yoshihiro ผู้สร้าง Hunter x Hunter ได้เปิดหน้า Twitter ของตัวเองพร้อมเผยความคืบหน้าของต้นฉบับ ทำให้เหล่าแฟนๆ ที่เหมือนจะถอดใจกับเรื่องนี้แล้วกลับมามีความหวังกันอย่างมากมาย รอลุ้นตอนใหม่ อ. Togashi ผู้เขียน Hunter x Hunter เปิดหน้าทวิตเตอร์ของตัวเอง

ด้วยกระแสความไฮป์อย่างรุนแรงจากแฟนๆ ก็ทำให้ Twitter ของ อ. มีคนติดตามหลักล้านคนภายในเวลาวันเดียว และในปัจจุบันตัว อ. Togashi Yoshihiro ก็ได้กลายเป็นนักวาดมังงะที่มีผู้ติดตามบน Twitter มากที่สุดด้วยยอดผู้ติดตาม 2.5 ล้านคนนี่เอง

  • อ. Togashi Yoshihiro ผู้วาด Hunter x Hunter เป็นนักวาดมังงะที่มียอดผู้ติดตามอันดับ 1
  • ในส่วนของอันดับนักวาดมังงะที่มีผู้ติดตามมากที่สุดรองลงมานั้นมีดังนี้
  • Kohei Horikoshi ผู้วาด My Hero Academia ยอดผู้ติดตาม 2.1 ล้านคน
  • Hiro Mashima ผู้วาด Rave, Fairytail และ Edens Zero ยอดผู้ติดตาม 1.7 ล้านคน
  • Yom ผู้วาด Douki to Tawawa ยอดผู้ติดตาม 1.38 ล้านคน
  • Sui Ishida ผู้วาด Tokyo Ghoul ยอดผู้ติดตาม 1.36 ล้านคน

10 อันดับ ตัวละครตัวร้ายแต่กลับใจเป็นพวกทีหลังที่แฟนคลับชื่นชอบมากที่สุด

ถ้าพูดถึงตัวละครตัวร้ายที่ปรากฎตัวในอนิเมะแล้ว นอกจากจะมีตัวร้ายที่เป็นเป้าหมายหลักของเนื้อเรื่องซึ่งเมื่อจำกัดไปได้แล้วก็จะสูญสลายหายไปตลอดกาล แต่ว่าก็ยังมีตัวร้ายมากเสน่ห์อีกร้ายตัวเช่นกันที่มีการพลิกกลับมาเป็นฝั่งดี แน่นอนว่าก็มีตัวร้ายกลับใจหลายคนมากเลยทีเดียวที่ครองใจแฟนคลับอนิเมะมานานจนถึงปัจจุบันนี้

ทางเว็บไซต์ Goo! Ranking ได้มีการจัดอันดับ “ตัวละครศัตรูในอนิเมะที่กลับใจมาเป็นพวกที่เท่ที่สุด!” ขึ้นมา และมีผู้ร่วมลงคะแนนมากกว่า 839 โหวต สำหรับ 10 อันดับที่แฟน ๆ ชื่นชอบมากที่สุดมีดังนี้!

10 อันดับ ตัวละครตัวร้ายแต่กลับใจเป็นพวกทีหลังที่แฟนคลับชื่นชอบมากที่สุด

อันดับ 9 ร่วม Hyunckel จาก Dragon Quest The Adventure of Dai

อันดับ 9 ร่วม Phoenix Ikki จาก Saint Seiya

อันดับ 8 Franky จาก One Piece

อันดับ 7 Higashi Setsuna/Eas/CurePassion จาก Fresh PreCure

อันดับ 6 Ramen Man จาก Kinnikuman

อันดับ 5 Hansome/Mr.2/Bon Clay จาก One Piece

อันดับ 4 Sagara Sanosuke จาก Rurouni Kenshin

อันดับ 3 Majunior/Piccolo จาก Dragon Ball

อันดับ 2 Dora จาก Castle in the Sky

อันดับ 1 Vegeta จาก Dragon Ball

มังงะหนุ่มน้อยกับสาวเมด Saikin Yatotta Maid ga Ayashii ประกาศสร้างอนิเมะทีวี

Saikin Yatotta Maid ga Ayashii มังงะแนวเลิฟคอมเมดี้ของ อ. Konbu Wakame กล่าวถึงนายน้อยใสซื่อบริสุทธิ์ที่เห็นสาวเมดคนใหม่ แล้วรู้สึกติดใจสงสัยเก็บมาคิดจนนอนไม่หลับ ได้ถูกสำนักพิมพ์ Square Enix ประกาศว่าจะถูกนำมาดัดแปลงสร้างเป็นอนิเมะทีวีฉายเดือนกรกฎาคม 2022 แล้ว

Saikin Yatotta Maid ga Ayashii หรือในชื่อภาษาอังกฤษ The Maid I Hired Recently Is Mysterious เป็นเรื่องราวของ Yuuri หนุ่มน้อยผู้ใสซื่อบริสุทธิ์และอ่อนต่อโลก ที่พึ่งจ้างสาวเมดมาทำงานในคฤหาสน์ และสาวเมดก็ทำงานได้ดีมาก อย่างห้องที่เธอทำความสะอาดก็ดูเป็นประกาย ชุดที่เธอซักก็มีกลิ่นหอม แถมยังมีฝีมือทำอาหารดีจนหาที่ติไม่ได้ แต่ Yuuri กลับรู้สึกว่าสาวเมดคนนี้มีพิรุธจนเขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลย และทุกค่ำคืนยังเก็บเอาเรื่องของเธอมาคิดจนนอนไม่หลับอีกต่างหาก

ซึ่งในส่วนของอนิเมะทีวีนั้นจะถูกสร้างโดยสตูดิโอ Silver Link. และนายน้อย Yuuri จะพากย์เสียงโดย Hayami Saori ส่วนสาวเมด Lilith จะพากย์เสียงโดย Takahashi Rie

รายชื่อทีมงานอนิเมะ

Chief Director/Series: Minato Mirai

Director: Hoshino Misuzu

Assistant Director: Ibe Yushi

Character Design: Yoshino Machi

Music: Fujimoto Koji, Sasaki Osamu

Studio: SILVER LINK. , BLADE

แฟนคลับญี่ปุ่นชิปคู่ Haibara กับ Conan จัด อยากให้แยกร่างออกจาก Shinichi!?

Detective Conan หรือยอดนักสืบจิ๋วโคนัน อีกหนึ่งอนิเมะที่ขึ้นสู่การเป็นอนิเมะประจำชาติญี่ปุ่น อยากที่ทราบกันดีว่าพระเอกของเรื่องอย่าง Edogawa Conan นั้น แท้จริงแล้วเขาคือเด็กม.ปลายที่ชื่อ Kudo Shinichi แต่กลับโดนองค์กรชายชุดดำวางยาจนทำให้ร่างกายกลายเป็นเด็ก แน่นอนว่าในเนื้อเรื่องก็ยังมีตัวละครอีกคนที่กินยาแบบเดียวกันจนกลับไปเป็นเด็ก ซึ่งนั่นก็คือ Haibara Ai (ชื่อจริง Miyano Shiho)

และจากการที่กลับไปเป็นเด็กเหมือนกัน จึงทำให้โมเมนต์ระหว่าง Conan กับ Haibara ดูน่าชิปสำหรับแฟนคลับหลายคนนั่นเอง!

ล่าสุดได้คุณ Kishida Nami นักเขียนชาวญี่ปุ่นชื่อดังก็ได้มีการโพสต์ Twitter ถึงเพื่อนที่เป็นโอตาคุ Conan ว่าเขาถึงขั้นอยากให้ผู้เขียนแยกร่าง Conan ออกจาก Shinichi เพื่อมาคู่กับ Haibara เลยทีเดียว!!

“ฉันมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งเป็นโอตาคุที่อยากให้ Conan คู่กับ Haibara ซึ่งสิ่งที่พวกโอตาคุ Conan x Haibara อยากได้ก็คือ ‘Conan แยกร่างกับ Shinichi (เพราะว่าคนรักอย่างเป็นทางการคือ Ran) และตอนนั้นเองฉันก็ได้เริ่มเห็นความเป็นปรัชญาในอารมณ์ของโอตาคุ ถ้าหากว่าวิญญาณของแต่ละร่างจะมีการเปลี่ยนแปลง”

คอมเมนต์ของชาวญี่ปุ่น

友人さんの気持ちわかります……

新一なら蘭ちゃんだけどコナンなら哀ちゃんなんだよね

“เข้าใจความรู้สึกของของเพื่อนนะ

ถ้า Shinichi ก็คู่กับ Ran แต่ถ้า Conan ก็ต้อง Ai แหละ”

そういう展開、GANTZで見たなぁ

“ถ้าเรื่องเป็นงี้แสดงว่าไปดู GANTZ มาสินะ”

名探偵コナンはヒロインの求心力が弱いから

“ยอดนักสืบจิ๋วโคนันไม่ได้เน้นเรื่องนางเอกน่ะสิ”

世界観と完全に乖離してるの草

“แบ่งแยกมุมมองโลกของเรื่องอย่างชัดเจนเลยนะ ฮ่าๆ”

まあでも最近のジャンプのラブコメはゲームみたいなマルチエンディング形式で各ヒロインとくっつくようになったし、コナンもワンチャンあるのでは。

“เอาเถอะ ช่วงนี้เลิฟคอเมดี้ของ Jump ก็มีฉากจบ Official หลายแบบเหมือนเกมที่มีนางเอกหลายคน Conan ก็พอมีโอกาสอยู่นะ”

灰原と新一が合体したら、らんま1/2だな

“ถ้า Haibara กับ Shinichi รวมร่างกันคงเป็น Ranma 1/2”

全く同じこと考えてたわ…

“คิดเหมือนกันเปี๊ยบเลยแฮะ”

博士ならなんとかするだろ

“ถ้ากับด็อกเตอร์อาจจะพอมีหวังมากกว่านะ”

そしてネットの深海には新コというジャンルがありまして………………………

“ในส่วนลึกของอินเตอร์เน็ตยังมีชิป Shinichi x Conan ด้วยนะ”

อนิเมะเลิฟคอมฯ โอตะกับสาวแกล Fuufu Ijou, Koibito Miman ปล่อยภาพแรก

Fuufu Ijou, Koibito Miman หรือในชื่ออังกฤษ More Than a Married Couple, But Not Lovers อนิเมะทีวีแนวเลิฟคอมเมดี้ เกี่ยวกับหนุ่มโอตะและสาวแกลที่ต้องจับคู่เป็นสามีภรรยาแบบเทียม ได้ปล่อยภาพทีเซอร์แรก และประกาศรายชื่อทีมงานอนิเมะออกมาแล้ว

Fuufu Ijou, Koibito Miman เป็นอนิเมะทีวีที่ถูกสร้างโดยดัดแปลงมาจากผลงานมังงะของ อ. Kanamaru Yuuki ที่กำลังตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Kadokawa ซึ่งในการปล่อยภาพทีเซอร์ครั้งนี้อาจารย์ Kanamaru ก็ได้ร่วมวาดภาพโปรโมทอีกภาพมาให้ชมด้วย

โดยเรื่องราวนั้นจะเกิดขึ้นในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ที่กำหนดให้นักเรียนชายหญิงต้องจับคู่เพื่อจำลองใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยา และปรากฏว่าคู่ของ Yakuin Jiro หนุ่มโอตะที่ไม่มีอะไรเด่น Yakuin Jiro ดันเป็นสาวแกล Watanabe Akari ที่มีนิสัยต่างกันคนละขั้ว

รายชื่อทีมงานอนิเมะ

Chief Director: Kato Takao

Director: Yamamoto Junichi

Scripts: Arakawa Naruhisa

Character Design: Kobayashi Chizuru

Color key artist: Nagasaka Akira

Art Director: Akuzawa Naoko

Director of photography: Takahata Misato

Editing: Chaen Ichiro

Studio: Studio Mother

ต้านดราม่าไม่ไหว! Getsuyoubi no Tawawa ฉบับมังงะประกาศหยุดตีพิมพ์ 2 เดือน

หลังจากที่มังงะเรื่อง Getsuyoubi no Tawawa ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกรณีตีพิมพ์โฆษณาลงบนหนังสือพิมพ์จนเป็นดราม่าใหญ่โตทั้งโลกออนไลน์และโลกจริง ล่าสุดทางนิตยสาร Young Magazine ก็ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า Getsuyoubi no Tawawa จะหยุดตีพิมพ์เป็นเวลา 2 เดือนด้วยกัน

สำหรับเหตุผลในการหยุดตีพิมพ์นั้น ทางผู้เขียนอย่างอาจารย์ Himura Kiseki ไม่ได้มีการแถลงอย่างเป็นทางการณ์แต่อย่างใด แต่ว่าจะกลับมาตีพิมพ์อีกครั้งแน่นอนในนิตยสารฉบับที่ 29 ที่กำลังจะวางจำหน่ายในวันที่ 20 มิถุนายน 2022 นี้แต่แนวหนึ่งหน้าบน Twitter ยังคงตีพิมพ์อยู่นะ! กำลังเข้มข้น…เลยทีเดียว!

ชาวญี่ปุ่นซื้อมังงะคินดะอิจิมือ 2 แต่ดันเจอสปอยล์กลางเล่มจากเจ้าของคนก่อนหน้า

ปกติแล้วในแวดวงของการซื้อสินค้ามือสองนั้น ผู้ซื้อมักจะต้องมีการตรวจสอบและยอมรับสภาพสินค้าให้ได้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้านั้น ๆ กันอยู่แล้ว ซึ่งก็รวมถึงตำหนิต่าง ๆ ที่อาจแฝงมากับตัวสินค้านั่นเอง

ย้อนไปในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้มีชาวเน็ตคนหนึ่งจากญี่ปุ่น ผู้ใช้ยูสเซอร์ในทวิตเตอร์ว่า hadoruu1 ได้ซื้อมังงะเรื่อง Kindaichi Shonen no Jikenbo หรือชื่อไทยที่คนในบ้านเรารู้จักกันดีก็คือ คินดะอิจิกับคดีฆาตกรรมปริศนา ซึ่งเธอก็ได้มาสะดุดกับเนื้อหาของเล่ม 1 ของซีรีส์ Short Files (แฟ้มคดีพิศวง) ที่มีชื่อคดีว่า “เจตนาโหด -15 องศา” โดยมีอยู่หน้าหนึ่งที่มีตัวละครชื่อว่า สึซึโมริ เอมิ โผล่ออกมา แล้วดันมีการวงใบหน้าของสึซึโมริด้วยปากกาจากเจ้าของคนก่อนหน้า พร้อมกับเขียนว่านางเป็นคนร้ายของคดีกันแบบตัวเป้ง ๆ เลย

หลังจาก hadoruu1 โพสต์รูปเจ้าปัญหานี้ลงในทวิตเตอร์ไปก็กลายเป็นกระแสไวรัลดังกันข้ามเดือน ลากยาวมาจนถึงเมื่อเร็ว ๆ นี้ ฝั่งชาวเน็ตบางส่วนก็แสดงความเห็นเชิงเห็นอกเห็นใจ hadoruu1 ว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะการ์ตูนแนวนี้ผู้ที่ซื้อก็มักจะไม่ต้องการจะตรวจสอบทุกหน้าเพราะกลัวจะโดนสปอยล์ก่อน อยากจะไล่อ่านทีละหน้าเพื่อลุ้นไปกับเนื้อหาเองมากกว่า พอเจอการสปอยล์กันโต้ง ๆ วงมาให้แบบนี้ก็ต้องช็อคเป็นธรรมดา

ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตบางคนก็มองว่าด้วยวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่รักการอ่านมังงะแบบรูปเล่มมากกว่าอีบุ๊คก็คงจะเลี่ยงปัญหาแบบนี้ยากหน่อย ทางที่ดีคนที่ซื้อมังงะมือหนึ่งมาเพื่อหวังจะปล่อยมือ 2 ในอนาคตก็ไม่ควรจะทำตำหนิอะไรไว้เช่นนี้ เพราะเป็นการทำร้ายทั้งตัวหนังสือและผู้ที่รับช่วงไปอีกทีจะดีกว่า

Sony Music จับมือกับ bilibili เปิดตัวยูนิต Virtual Idol ใหม่ “NHOT BOT” พร้อม MV ตัวแรก

ตามคำนิยมวงว่า ตัวตนที่ไม่ใช่ทั้งมนุษย์และบอท แต่เป็นการตัวตนที่คงอยู่อย่างมีค่าและสดใหม่อย่างแท้จริง!

Virtual Cinderella Project โครงการที่เป็นการจับมือกันระหว่างค่ายเพลง Sony Music ของญี่ปุ่น และค่ายสตรีมมิ่งว bilibili ของจีนเพื่อสร้าง Virtual Idol โดยปัจจุบันได้มีการเปิดตัวสมาชิกไปแล้ว 3 รายได้แก่ Kagura Mea , Hanazono Serena และ Hiseki Erio

ล่าสุดโปรเจกต์ดังกล่าวได้เปิดตัวยูนิตเวอร์ชวลไอดอล นามว่า NHOT BOT ไปเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมีสมาชิก 3 รายที่กล่าวไปข้างต้น ร่วมกับอีกสามคนที่ผ่านมาออดิชั่นมาได้แก่ Amane Luna , UzuMe และ Seira Mint

Kagura Mea

Hanazono Serena

Hiseki Erio

(เรียงจากซ้ายไปขวา) Amane Luna , UzuMe และ Seira Mint

สำหรับซิงเกิลแรกของ NHOT BOT ได้มีการปล่อย MV ที่นำแสดงโดยสามสมาชิกชุดแรก โดยจะมีชื่อเพลงว่า Ashita Kimi no Te wo Nigireta nara ว่าแล้วไปชมกันเลย สำหรับซิงเกิลดิจิทัลเปิดตัวไปแล้วเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา

อนิเมะเลิฟคอมเมดี้ Masamune-kun’s Revenge ประกาศสร้างซีซั่น 2

หลังจากที่ทวิตเตอร์ของอนิเมะ Masamune-kun’s Revenge เล่นมุกประกาศสร้างอนิเมะซีซั่น 3 ไปในวัน April Fools’ Day จนแฟนๆดีใจเก้อ ก็ได้มีข่าวดีให้เฮกันจริงๆประกาศตามมาในภายหลังว่าเรื่องนี้จะมีซีซั่น 2 แล้ว และภาคนี้ก็จะใช้ชื่อว่า Masamune-kun’s Revenge R ส่วนกำหนดฉายนั้นจะมีการแจ้งออกมาในภายหลัง

Masamune-kun’s Revenge เป็นอนิเมะทีวีแนวเลิฟคอมเมดี้ที่สร้างขึ้นโดยดัดแปลงมาจากผลงานมังงะของ อ. Takeoka Hazuki ที่กำลังตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Ichijinsha

โดยตัวเรื่องจะกล่าวถึง Makabe Masamune เด็กนักเรียนที่เมื่อก่อนอ้วนทุย และถูก Adagaki Aki กลั่นแกล้งสารพัด จนเขาเหลืออดไปออกกำลังเล่นกล้าม และหลังจากที่ใช้เวลาเล่นหุ่นมานาน 8 ปี จนกลายเป็นนักเรียนหนุ่มที่หล่อลากดิน เขาก็พร้อมที่จะล้างแค้นแล้ว

ทีมงานอนิเมะร่วมวาดภาพฉลองตอนจบ ให้กับ My Dress-Up Darling

ก็ได้จบลงไปแล้วกับอนิเมะดีต่อใจเรื่อง My Dress-Up Darling ที่กระแสมาแรงตลอดช่วงเวลาที่ฉาย และแน่นอนว่าหลังจากที่ฉายจบ บรรดาอนิเมเตอร์ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเรื่องนี้ ที่นำโดยคุณ Fukuda Shinichi ก็มาร่วมวาดภาพฉลองตอนจบกันเพียบเลย โดยภาพต่างๆก็มีดังนี้

คอมเมนท์ชาวญี่ปุ่นบางส่วนหลังดูตอน 12 จบ

これが4巻か5巻のラストだっけ

9巻出てるから二期ストックは足りてる

“ไอ้นี่มันฉากจบไม่เล่ม 4 ก็ 5 ป่ะ? แล้วตอนนี้มันออกถึงเล่ม 9 ก็น่าจะพอทำซีซั่น 2 อยู่นะ”

なぜだろう、死にたくなってきた(´・ω・`)

“ทำไมนะ(หลังดูจบ) ก็รู้สึกอยากตาย”

いい最終回だった

“เป็นตอนจบที่ดีมาก”

ところで、じゅじゅさまは?

“เอ่อ แล้วท่าน Juju ล่ะ?”

2期が見たいからもちろん円盤は購入済みだ

“อยากดูซี 2 ก็เลยไปจองแผ่นมาเรียบร้อยแล้ว”

ก็เป็นการอำลาที่ดูอบอุ่นดีจริงๆ ซึ่งก็น่าเสียดายที่ไม่มีประกาศสร้างอนิเมะซีซั่น 2 ออกมา แต่แฟนๆ ก็อาจจะได้มีลุ้นเพราะในช่วงฤดูร้อนปี 2022 กำลังจะมีงานอีเวนท์ My Dress-Up Darling – Animate Fair ถูกจัดขึ้น และในงานนี้อาจจะมีข่าวดีถูกประกาศออกมาก็เป็นได้

คอมเมนท์ชาวญี่ปุ่นเกี่ยวกับงานนี้

夏にフェアやるって事は二期はそう遠くない?

“จะมีงาน Fair ตอนฤดูร้อน งั้นซีซั่น 2 ก็ไม่ไกลแล้วสิ?”

金貯めるわ

“เก็บเงินรอละ”

お金貯めなくちゃ

“ต้องไปเก็บเงินแล้ว”

わお

“ว้าว”

10 เหตุผลทำไมต้องไปดู Belle เจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง ในโรงภาพยนตร์

ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์อนิเมะที่หลายคนรอคอยไม่น้อยสำหรับ Belle เจ้าหญิงแห่งเสียงเพลง ผลงานของผู้กำกับโฮโซดะ มาโมรุ ผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์อนิเมะชื่อดังที่สร้างความประทับใจไว้มากมาย อาทิ Summer Wars, The Girl Who Leapt Through Time, Wolf Children ซึ่งตัวผลงานล่าสุดอย่าง Belle นี้ก็สร้างกระแสทั้งในเรื่องรายได้และการพูดถึงอย่างถล่มทลายในประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว และในโอกาสที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เข้าฉายในประเทศไทย ทาง Akibatan เราก็ขอหยิบ 10 เหตุผล ว่าทำไมเพื่อน ๆ ถึงไม่ควรพลาดชมเรื่องในโรงภาพยนตร์มาให้ได้อ่านกัน เมื่อหากอ่านจบแล้วต้องรู้สึกอยากลุกไปตีตั๋วชมเลยกันอย่างแน่นอน!

1.ภาพยนตร์ที่ครองใจคนญี่ปุ่นระดับ Top Box Office 2021

ภาพยนตร์เรื่อง Belle นั้นเป็นภาพยนตร์ที่กระแสมาแรงมากเมื่อฉายในประเทศญี่ปุ่น โดยสามารถทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของ Japan Box Office ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ และติดอยู่ในชาร์ต Box Office ยาวถึง 12 สัปดาห์ รวมแล้วทำรายได้ตลอดการฉายในประเทศสูงถึง 6,530 ล้านเยน กลายเป็น 1 ใน 3 ภาพยนตร์ที่รายได้สูงที่สุดในญี่ปุ่นปี 2021 เอาชนะภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวูดที่ฉายในญี่ปุ่นปี 2021 ไปได้แบบงดงาม ทำไมเรื่องนี้ถึงได้ครองใจคนญี่ปุ่นได้ขนาดนั้น ต้องมาพิสูจน์ดูด้วยตัวเองแล้วจะรู้!

2.ผลงานโดยผู้กำกับชื่อดังการันตีรางวัลมามากมาย

Belle นั้นเป็นผลงานการกำกับของคุณ Hosoda Mamoru ผู้กำกับชื่อดังที่เคยฝากผลงานความประทับใจไว้แล้วมากมาย อาทิ Summer Wars, The Girl Who Leapt Through Time, Wolf Children, The Boy and the Beast, Mirai ซึ่งทุกผลงานของเขาต่างได้รับรางวัลมาทุกเรื่อง ทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Japan Academy Film Prize หรือรางวัลออสการ์ของญี่ปุ่น, Tokyo Anime Award, Japanese Movie Critics Awards, Animation Kobe Awards, Sitges Film Festival เป็นต้น

3.ตัวละครที่เต็มไปด้วยสีสันชวนให้จดจำ

หนึ่งสิ่งที่เป็นตัวสร้างสีสันให้กับเรื่อง Belle เลยนั้นก็คือ เหล่าตัวละครในเรื่องที่มีความหลากหลาย ทุกตัวมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน ทำให้เนื้อเรื่องออกมาสนุก ไม่ชวนเบื่อ บางตัวละครแม้จะปรากฎตัวไม่มาก แต่ก็สามารถสร้างอิมแพ็คที่น่าจดจำให้กับคนดูได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

4.ดูง่าย มาครบทุกอารมณ์ ดูเพลินตั้งแต่ต้นจนจบ

ภาพยนตร์เรื่อง Belle นั้นมีเนื้อเรื่องที่ดูง่าย เข้าใจไม่ยาก เต็มไปด้วยอารมณ์ความสนุกที่ครบรส ทั้งความฮา, ดราม่าเข้มข้น, ฉากกุ๊กกิ๊กชวนใจเต้น, ฉากซึ้งชวนน้ำตาร่วง และฉากอิมแพ็คสุดแสนตราตรึง ที่ทำให้คนดูเพลิดเพลินตลอดทั้งเริ่มจนรู้ตัวอีกทีหนังก็จบแล้วเลยทีเดียว

5.จากนิทานสุดคลาสสิคตีความใหม่ในมุมมองโลกยุคปัจจุบัน

ภาพยนตร์เรื่อง Belle นั้นมีการนำนิทานสุดคลาสสิคที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง Beauty and the Beast หรือ “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” มาตีความใหม่ และผสมผสานลงไปในเนื้อเรื่องตามวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ Hosoda Mamoru จนออกมามีความร่วมสมัยเข้ากับยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว เรียกว่าใครเคยรู้จักนิทานเรื่องนี้มาก่อนจะต้องร้องอ๋อกับฉากและกลิ่นอายที่ผู้กำกับได้ใส่ไว้ในเรื่องอย่างแน่นอน

6.การนำเสนอโลก Metaverse ที่อาจเป็นไปได้จริง

ในเรื่อง Belle นั้นจะแบ่งการดำเนินเรื่องออกเป็นสองส่วน คือส่วนที่อยู่ในโลกปกติ และส่วนที่อยู่ในโลกเสมือนที่เรียกว่า U ซึ่งโลกของ U นี้เองที่ผู้กำกับได้นำเสนอภาพในจินตนาการออกมาได้น่าสนใจและอลังการเป็นอย่างมาก ประหนึ่งต้องการนำเสนอถึงโลก Metaverse ที่กำลังจะเกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงว่าจะออกมาในรูปแบบที่อยู่ในเรื่องนี้เลยทีเดียว

8.บทเพลงแสนไพเราะชวนติดหู

สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง Belle เป็นที่พูดถึงอย่างมากเลยนั้นก็คือ บทเพลงในเรื่อง ทั้งดนตรีประกอบ และบทเพลงที่ตัวละครนางเอกอย่าง Belle เป็นคนร้องเต็มไปด้วยความไพเราะ อารมณ์ และเข้ากับบรรยากาศในฉากนั้น ๆ เป็นอย่างมาก ได้ฟังเพียงแค่ครั้งเดียวก็ชวนให้ติดหู แม้จะออกจากโรงมาแล้ว บทเพลงนั้น ๆ ก็ยังดังก้องอยู่ในหัวของเราอยู่เลย

9.สถานที่ในเรื่องที่อิงจากโลกจริง ประหนึ่งได้เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

รู้หรือไม่? สถานที่ในเรื่อง Belle ที่ไม่ใช่ในโลก U นั้น ทุกที่ล้วนเป็นสถานที่ ๆ มีอยู่จริงในประเทศญี่ปุ่นนะ โดยที่ ๆ เหล่าตัวละครหลักของเรื่องอาศัยอยู่นั้นก็คือ จ.โคจิ ที่อยู่บนเกาะชิโกกุ เกาะใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งตัวภาพยนตร์ก็สามารถถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติที่แสนเรียบง่ายออกมาได้ตรงกับความเป็นจริงมาก ประหนึ่งเหมือนเราได้ไปเที่ยวที่ จ.โคจิด้วยตัวเองเลยทีเดียว

10.เนื้อหาสะท้อนและจิกกัดสังคมปัจจุบันอย่างแสบสันต์

ในภาพยนตร์เรื่อง Belle นั้นมีการสอดแทรกประเด็นด้านสังคมเอาไว้เนียน ๆ อยู่มากมาย ในขณะเดียวกันก็จิกกัดสังคมในโลกอินเตอร์เน็ตยุคปัจจุบันได้อย่างเจ็บแสบไม่น้อย เมื่อดูแล้วชวนให้คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงของเราในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

หนึ่งในตัวเต็งที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์

ภาพยนตร์เรื่อง Belle นั้นนอกจากจะโด่งดังในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่หลายประเทศทั่วโลกให้การจับตามองเป็นอย่างมากอีกด้วย และได้มีโอกาสเข้าฉายในประเทศต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เกาหลีใต้, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฝรั่งเศส, อิตาลี, โปรตุเกส, สเปน รวมไปถึงอเมริกา นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในแอนิเมชั่นที่ถูกเสนอชื่อเพื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่น ในปี 2022 นี้อีกด้วย